คิด
ปู้ฟางผ่อนลมหายใจออกมาจากนั้นก็เอ่ยต่อ “วันนี้ร้านเราปิดแล้ว จะไม่มีการขายอาหารใดๆ ทั้งสิ้น… รวมถึงสุราด้วย”
สีหน้าของเทียนสวีจื่อพลันเย็นชา “ถ้าข้าบอกให้ขาย เจ้าก็ต้องขายสิ! อย่ามาทำข้าเสียเวลากับเรื่องไร้สาระพรรค์นี้!”
ในตำหนักกระบี่มหาสูญหรือแม้แต่ในจักรวรรดิวายุแผ่ว ไม่มีใครกล้าพูดจาไม่ให้เกียรติเขาถึงเพียงนี้ ต่อให้เขาดื่มสุราโดยไม่จ่ายเงิน ก็ไม่เคยมีผู้ใดกล้าแม้แต่จะปริปากบ่น
แต่ไอ้เจ้าของร้านตรงหน้าเขากลับกล้าทำตัวจองหองถึงเพียงนี้…
เทียนสวีจื่อก้าวไปปรากฏตัวอยู่ด้านหน้าปู้ฟางภายในพริบตาเดียว พลังงานของกระบี่ไหลเวียนอยู่รอบกาย
“คนที่กล้าหักหน้าข้าไปนอนเฝ้ารากมะม่วงกันหมดแล้ว ไอ้หนู… อยากตายหรือ”
พลังงานกระบี่ที่แผ่จากตัวชายชราเข้มแข็งคมกริบ เทียนสวีจื่อสำแดงความเป็นปรมาจารย์แห่งตำหนักกระบี่มหาสูญออกมาอย่างเต็มที่
ส่วนปู้ฟางก็ยังคงยืนพิงกรอบประตูด้วยสีหน้าสงบนิ่ง พลางคีบจอกสุราไว้ด้วยสองนิ้ว เขาเรอออกมาอีกครั้ง ส่งให้กลิ่นหอมของสุราฟุ้งกระจายอีกครา
ด้านหลังชายหนุ่ม ดวงไฟสีแดงสองดวงปรากฏขึ้น ตามมาด้วยร่างอ้วนของเจ้าขาว
ปู้ฟางมองเทียนสวีจื่อที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งช่วงแขน จากนั้นก็ย่นจมูกใส่ชายชราผู้มีผมและหนวดสีขาวโพลน
“ข้าก็บอกไปแล้วอย่างไรว่าวันนี้ร้านปิดแล้ว อยากมีเรื่องเช่นนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นก็เตรียมตัวเอาไว้ก็แล้วกัน”