นรู้หรือไม่ว่าโชคที่ว่านั้นอยู่หนใด” ยี่จื่อหลิงเดินตามหนี่หยันไปแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงงุนงง
“ใครจะไปรู้ใครจะไปสน หากมีโชคที่ว่านั่นอยู่จริง พอถึงเวลามันก็จะมาหาเจ้าเอง” หนี่หยันยิ้ม ผู้อาวุโสสูงสุดเองก็ส่งนางออกมาแสวงโชคเช่นกัน แต่ไอ้บ้าหน้าไหนมันจะไปรู้กันว่าโชคที่ว่านั่นคืออะไร
ต้นตื่นรู้ทางห้าสายเช่นนั้นหรือ ก็อาจจะเป็นไปได้…
ร่างอีกสามร่างมายืนอยู่ที่นอกประตูนครหลวงในที่สุด
อู๋อวิ๋นไป่มองกำแพงเมืองสูงตระหง่านของจักรวรรดิวายุแผ่วแล้วหยีตาเล็ก จากนั้นก็กระโดดลงจากหลังม้า นางเดินจูงอสูรเวทอาชาของตนไปทางประตูเมือง
หลังจากที่เดินทางอยู่หนึ่งเดือนเต็ม นางก็จากตำหนักเมฆาขาวมาถึงนครหลวงในที่สุด
“ไอ้ตัวเหม็น… คงยังจำได้นะว่าเจ้าบอกไว้ว่าจะเหลือเม็ดบัวให้ข้าบ้าง” อู๋อวิ๋นไป่พึมพำจากนั้นก็เดินเข้าเมืองไปโดยไม่มีปัญหาอะไร
…
หลังจากส่งเจวี้ยนเอ๋อร์ซึ่งดูลิงโลดใจและโอวหยางเสี่ยวอี้ที่เหนื่อยอ่อนกลับไปแล้ว ร้านของปู้ฟางก็ถึงเวลาปิดเสียที
ปู้ฟางยืดเส้นยืดสายแล้วจัดการปิดทางเข้า
ต้นตื่นรู้ทางห้าสายในกระถางดินเผาสีเหลืองน่าเกลียดบัดนี้สูงถึงสามฉื่อแล้ว ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงพลังงานแสนประหลาดที่ต้นไม้ต้นนี้แผ่ออกมา
จากคำอธิบายของโอวหยางเสี่ยวอี้ กระแสพลังนี้คือศีลแห่งการบรรลุที่ต้นไม้นี้ปล่อยออกมาตามธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ฝึกตนสามารถเพิ่มพูนพลังปราณได้เร็วขึ้น และอาจทำให้มีโอกาสบรรลุขั้นปราณได้