เงยหน้าขึ้นมองโอวหยางเสี่ยวอี้ แล้วหันไปมองหนี่หยันที่กำลังทั้งกินทั้งดื่มอยู่ตรงโต๊ะซึ่งไกลออกไป รูม่านตาของชายวัยกลางคนหดแคบทันที
อะไรกัน พวกสำนักความลับแห่งสวรรค์มาถึงแล้วรึ!
เซียวเหมิงสูดหายใจเข้าลึกแล้วสั่งเกี๊ยวสีรุ้งในน้ำซุปแทน
หนี่หยันรู้สึกเหมือนถูกคนจ้อง นางจึงเงยหน้าขึ้นมองเซียวเหมิง แต่ก็ไม่ได้สนใจใยดีอะไรจากนั้นก็หันกลับไปตั้งหน้าตั้งตากินอาหารในจานต่อ
“นี่เป็นขั้นนักพรตยุทธการคนที่สองแล้ว…” เซียวเหมิงคิดเงียบๆ อยู่ในใจ “ผู้อาวุโสลำดับสามแห่งสำนักความลับแห่งสวรรค์ เป็นจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งแม้ในหมู่ขั้นนักพรตยุทธการด้วยกันเอง นอกจากพ่อครัวเงาแล้วในหมู่ขั้นนักพรตยุทธการทั้งหมดก็มีแม่นางคนนี้ที่ต่อกรด้วยยาก ดูเหมือนว่าจำนวนผู้ฝึกตนขั้นนักพรตยุทธการในนครหลวงจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สินะ”
ปู้ฟางเดินออกจากครัวมาพร้อมชามเกี๊ยวสีรุ้งในน้ำซุป เซียวเหมิงมองปู้ฟางอยู่นานสองนาน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เขาไม่ได้ถามเรื่องต้นตื่นรู้ทางห้าสายด้วยซ้ำ
พอกินเสร็จเซียวเหมิงก็รีบรุดออกจากร้านไป
ทว่าหนี่หยันนั้นดูท่าจะไม่ทิ้งปู้ฟางไปง่ายๆ นางหยิบกล่องอาหารของตนเองออกมาเพื่อขอคำแนะนำ แล้วผลลัพธ์ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมาย อาหารของนางถูกฝีปากของปู้ฟางชำแหละเสียแหลก
เมื่อชายหนุ่มได้เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ เขาจะพูดน้ำไหลไฟดับไม่ยอมหยุด ปู้ฟางแจกแจงข้อผิดพลาดทั้งหมดในอาหารของหนี่หยันชนิดเก็บครบทุกเม็ด