สำนักความลับแห่งสวรรค์
“ถ้ารวมผู้อาวุโสคนนี้เข้าไปแล้ว ตอนนี้ก็น่าจะมีขั้นนักพรตยุทธการอยู่ในนครหลวงสิบห้าคนแล้วใช่หรือไม่”
เซียวเยวี่ยจึ๊ปาก ขั้นนักพรตยุทธการ… ดูเป็นผู้ที่หาตัวได้ยากขณะปลีกวิเวกฝึกพลังปราณ แต่เมื่อคิดจะมารวมตัวกันกลับมีมากหลาย ราวกับว่าบรรดาขั้นนักพรตยุทธการทั้งหมดในจักรวรรดิวายุแผ่วจู่ๆ ก็นึกครึ้มมาประชุมกันโดยไม่ได้นักหมายเสียอย่างนั้น
บรรยากาศในนครหลวงตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว… ไม่มีใครกล้าทำตัวกร่างสุ่มสี่สุ่มห้าอีกต่อไป เพราะคนที่เดินสวนกันบนถนนอาจจะเป็นผู้ฝึกตนขั้นนักพรตยุทธการก็เป็นได้
บรรดาคุณชายร่ำรวยน้อยใหญ่ในนครหลวงต่างได้รับบทเรียนแสนเจ็บแสบกันมานักต่อนักแล้ว เดี๋ยวนี้พวกเขาส่วนมากจึงตัดสินใจอยู่แต่ในบ้านกัน
“เอาละ เจ้าจงตั้งใจสืบต่อไป เมื่อมีขั้นนักพรตยุทธการคนใหม่เข้านครหลวงมา จงมารายงานข้าทันที” เซียวเหมิงพูดกับเซียวเยวี่ย แล้วลุกขึ้นยืนพลางถอนหายใจออกมา
เซียวเยวี่ยพยักหน้ารับ เขาแตะปลายเท้าลงบนพื้น จากนั้นก็หายตัววับไปกับตาพร้อมแสงสะท้อนของคมกระบี่
…
ในตำหนักหรูหราแห่งหนึ่งของนครหลวง พ่อครัวเงาหวังติ้งนั่งอยู่ที่โต๊ะ เบื้องหน้ามีอาหารเรียกน้ำย่อยสองสามจานและสุราที่เขาหมักด้วยตนเองวางอยู่ ชายชรารินสุราลงจอกพลางดื่มเพียงลำพัง
ขณะที่กำลังดื่มสุราอยู่นั้น รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของชายชราก็สั่นระริก
“ผ่านมาเดือนหนึ่ง เหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ในนครหลวงเพิ่มมากขึ้นแล้ว