กองโจรจากเมืองโม่จั่วหน้านครหลวงขอรับ…”
“ผู้อาวุโสประจำตระกูลหลิวขั้นนักพรตยุทธการที่ขาข้างหนึ่งไปรออยู่ในโลงเรียบร้อยแล้วน่ะนะ” เซียวเหมิงวางบันทึกราชการลับลง ขยี้ตาตนเอง แล้วพูดออกมาเสียงเบา
“ใช่แล้วขอรับ พวกสิบสามกองโจรนั้นมีระดับพลังปราณใช้ได้ พอร่วมมือกันก็สามารถสยบผู้อาวุโสประจำตระกูลหลิวลงได้ขอรับ” เซียวเยวี่ยพลิกกระบี่ยาวในมือ เสียงคมกริบดังสะท้อนไปทั่วห้องทำงาน
“ขาข้างหนึ่งไปรออยู่ในโลงแล้วก็แปลว่าสภาพร่างกายไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนสมัยก่อนอีก ผู้อาวุโสประจำตระกูลหลิวในตอนนี้อาจจะแค่ดีกว่าขั้นจักรพรรดิยุทธการทั่วไปเล็กน้อย ก็ไม่แปลกอะไรที่พวกสิบสามกองโจรจะสยบเขาได้ แล้วมีเรื่องอื่นที่น่าสงสัยอีกหรือไม่” เซียวเหมิงถาม
“ผู้อาวุโสแห่งตำหนักกระบี่มหาสูญกลับมาแล้ว… ข้าเพิ่งได้ข่าวนี้มาไม่นาน ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าจริงหรือไม่ แต่มีโอกาสมากที่จะเป็นเรื่องจริง” เซียวเยวี่ยประกาศด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ผู้อาวุโสแห่งตำหนักกระบี่มหาสูญเช่นนั้นรึ… เซียวเหมิงนั่งทำสมาธิครุ่นคิดอยู่สักพัก คนผู้นี้เป็นขั้นนักพรตยุทธการที่เยี่ยมยุทธ์โดยแท้ เขาทำให้ผืนดินและสวรรค์ต้องสั่นสะเทือนตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ดูเหมือนจะเข้าสู่ด้านมืดขณะฝึกปราณ ทุกคนคิดว่าชายผู้นี้เสียชีวิตไปแล้ว จึงเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เขาจะกลับมาอีกครั้ง ผู้อาวุโสแห่งตำหนักกระบี่มหาสูญเป็นหนึ่งในขั้นนักพรตยุทธการไม่กี่คนที่ไม่ได้มาจาก