กัน! เจ้าก็บ้าจี้เชื่อข่าวลือไปได้ เจ้าเคยเห็นอสูรเวทในตำนานของจริงหรือถึงได้รู้ อสูรเวทระดับเก้านั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรนัก… มันจะมานอนโง่เฝ้าทางเข้าร้านอาหารเล็กๆ ไปเพื่ออะไรกัน! ไอ้ที่นอนเฝ้าทางเข้าร้านอยู่นั่น อย่างดีก็แค่อสูรเวทระดับแปดเท่านั้น… แล้วต่อให้เป็นระดับแปดจริง ถ้าต้องรับมือกับขั้นนักพรตยุทธการมากมายขนาดนั้น แถมอาจจะมีขั้นเทพแห่งสงครามพ่วงไปอีก… ถึงอย่างไรก็ปกป้องไอ้ปู้ฟางเวรนั่นไม่ได้แน่นอน”
เจ้ามู่เฉิงไม่เชื่อแต่แรกแล้วว่าที่หน้าร้านของปู้ฟางจะมีอสูรเวทระดับเก้าในตำนานนอนเฝ้าอยู่จริง เขาเคยเจอสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้นมาก่อน อำนาจที่แผ่ออกจากร่างของมันยิ่งใหญ่มากเสียจนทำให้รู้สึกอยากตายลงตรงนั้น กับอีแค่จักรวรรดิวายุแผ่วแสนด้อยค่า หากต้องเผชิญกับอสูรเวทระดับเก้าในตำนานจริง จักรวรรดินั่นก็เป็นได้แค่ตุ๊กตากระดาษรอวันโดนขยี้ให้แหลกคาเท้าเท่านั้น
เจ้ารู่เก๋อสะอึก อับจนด้วยคำพูด
เจ้ามู่เฉิงผู้เป็นพ่อยังคงระเบิดเสียงหัวเราะลั่นต่อไป จากนั้นก็หันหลังกลับตั้งท่าจะออกจากห้องลับ “ข้าจะส่งข่าวนี้ไปให้บรรดาผู้อาวุโสของสำนักต่างๆ รับทราบ ตาแก่พวกนั้นขี้ขลาดเสียจนไม่กล้ามาเข้าร่วมกับข้า แต่คราวนี้หากมีต้นตื่นรู้ทางห้าสายเป็นเดิมพัน รับรองว่าเก็บอาการกันไม่อยู่แน่”
…
ในเวลาเช้าตรู่ ปู้ฟางยกไม้กระดานกั้นประตูร้านขึ้น จากนั้นก็เดินออกมาพร้อมจานซี่โครงเปรี้ยวหวาน