ิดด้วยความดีใจ ขณะที่เขากำลังจะดูว่าระบบมอบรางวัลอะไรมาให้ โอวหยางซงเหิงก็เขยิบเข้ามาใกล้ แม่ทัพใหญ่เข้ามาชิดมากเสียจนปู้ฟางได้กลิ่นซอสบะหมี่แห้งคลุกที่กระจายอยู่บนตัวอีกฝ่าย
ปู้ฟางมุ่นคิ้วเข้าหากัน เขาเดินถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วจ้องแม่ทัพตรงหน้าด้วยสายตานิ่งเฉย
“จะพูดอะไรก็พูดมา ไม่ต้องเข้ามาใกล้ข้าขนาดนั้น” ปู้ฟางพูดเสียงนิ่ง
โอวหยางซงเหิงตัวแข็งทื่อไปทันที จากนั้นก็ยิ้มอายๆ ออกมา เขาเช็ดมือกับชุดของตนเองแล้วเอ่ย “เถ้าแก่ปู้… คืออย่างนี้นะ อันที่จริงข้ามาที่ร้านท่านวันนี้เพื่อมาหารือเรื่องสำคัญกับท่าน”
“ว่ามา” ปู้ฟางตอบ
“เถ้าแก่ปู้ ฝีมือการทำอาหารของท่านยอดเยี่ยมหาตัวจับยากยิ่งนัก แถมรสชาติอาหารของท่านก็อร่อยมากเสียจนข้าบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก ข้าคิดว่าท่านเองก็คงไม่อยากให้อาหารฝีมือท่านที่อร่อยเช่นนี้ เป็นที่รับรู้กันแค่ภายในร้านนี้เท่านั้นใช่หรือไม่ ทำเช่นนั้นเสียดายรสชาติเสียดายฝีมือเปล่าๆ!” โอวหยางซงเหิงพูดพร้อมลูบเคราตนเอง
ปู้ฟางมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าตายด้าน จากนั้นก็ทำท่าให้พูดต่อ
“เถ้าแก่ปู้ ท่านคงรู้เรื่องงานเทศกาลฤดูใบไม้ผลิแล้ว พรุ่งนี้จะเป็นวันแรกของเทศกาล และงานสมโภชร้อยครอบครัวจะจัดขึ้นในวันที่สอง ในวันนั้นจะเป็นวันที่บรรดาพ่อครัวแม่ครัวผู้มีชื่อเสียงจากทั่วทั้งอาณาจักร มาทำอาหารเลี้ยงคนหนึ่งร้อยครอบครัวผู้โชคดี นี่เป็นโอกาสที่เหมาะที่สุดแล้วที่จะทำให้ทุกคนรู้ว่าท่าน