ยู่… ดูไร้ซึ่งวี่แววแห่งความมีชีวิตชีวาโดยสิ้นเชิง
หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เงินถุงลับของเขาคงหมดเกลี้ยงไม่เหลือเป็นแน่!
“ท่านพ่อ ไม่สั่งอะไรหรือเจ้าคะ” โอวหยางเสี่ยวอี้พูดด้วยท่าทางน่ารัก ขณะมองไปที่บิดาของตนเองอย่างงุนงง บิดาของนางมองกลับมาด้วยสีหน้าเหม็นบูด นางจึงยิ้มตาหยีเหมือนจันทร์เสี้ยว แล้วถามด้วยรอยยิ้ม “หรือว่าท่านพ่ออยากให้ข้าสั่งให้ด้วยเจ้าคะ”
“ไม่ต้อง ข้าเอา… เอ่อ บะหมี่แห้งคลุกก็แล้วกัน พ่อของเจ้าคนนี้กินง่ายน่ะ” โอวหยางซงเหิงพูดด้วยท่าทางจริงจังพร้อมกระเด้งขึ้นมานั่งหลังตรงบนเก้าอี้
สามยักษ์ร้ายแห่งตระกูลโอวหยางนั้นเรียบง่ายยิ่งกว่า เพียงแค่ปลาดองเหล้าและสุราหัวใจหยกเยือกแข็งหนึ่งเหยือกพวกเขาก็พอใจแล้ว
ตอนที่โอวหยางเสี่ยวอี้เดินไปบอกรายการที่สั่งกับปู้ฟาง แม้แต่ตัวชายหนุ่มเองยังรู้สึกประหลาดใจ เขาหันไปมองโอวหยางซงเหิงที่นั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้แล้วอดคิดไม่ได้ “กระเป๋าหนักเป็นบ้า!”
ไม่นานนักกลิ่นหอมหวนก็ลอยออกมาจากครัว กลิ่นของอาหารทำให้โอวหยางซงเหิงและครอบครัวตื่นเต้นเป็นอันมาก เนื่องจากพวกเขาเพิ่งเคยมาที่ร้านของปู้ฟางเป็นครั้งแรก
บรรดาภรรยาของโอวหยางซงเหิงดูอดรนทนไม่ไหวเมื่อได้สูดกลิ่นหอมนั้นเข้าไป
เหมือนที่มีคนกล่าวเอาไว้ว่าหากอยากจะมัดใจหญิงสาว ควรเริ่มจากทำให้พวกนางอิ่มท้อง ปู้ฟางยังไม่ทันได้นำอาหารออกมาวางให้ แต่กลิ่นที่ตลบอบอวลไปทั่วร้านก็ทำให้พวกนางเคลิบเคลิ้มไป