ละอบอุ่นหมุนวนรอบตัวเจ้ามู่เฉิงทุกครั้งที่ก้าวเดิน ลำแสงแต่ละวงสว่างเจิดจ้าระยิบระยับเหมือนดอกบัวสีทองที่กำลังเบ่งบาน
รูม่านตาของจีเฉิงเสวี่ยหดแคบทันที เขารู้สึกราวกับหัวใจถูกบีบเอาไว้ด้วยมือที่มองไม่เห็นจนหายใจไม่ออก
เสียงสวดมนต์เบาๆ ลอยมาเข้าหู ดวงตาของชายหนุ่มมองไม่เห็นสิ่งอื่นใดนอกจากแสงสว่างเจิดจ้า ราวกับว่าแสงแห่งพระพุทธองค์ได้อาบไล้ห่อหุ้มร่างกายของจีเฉิงเสวี่ยเอาไว้จนหมดสิ้น
“เจ้ามู่เฉิง!” จีเฉิงเสวี่ยพลันกัดลิ้นตนเอง รสชาติเหมือนสนิมกระจายอยู่ในปาก ความเจ็บนั้นทำให้เขาดึงสติกลับมาได้ และเห็นคนที่กำลังคืบเข้ามาใกล้ได้แจ่มชัดอีกครั้ง
สีหน้ามีไมตรีจิตของเจ้ามู่เฉิงเต็มไปด้วยความสำรวมเหมือนพระพุทธองค์ เขายังคงยิ้มขณะมองจีเฉิงเสวี่ยอย่างสงบนิ่ง
“องค์ชายรัชทายาทส่งเจ้ามาฆ่าข้ารึ” จีเฉิงเสวี่ยถามด้วยน้ำเสียงประหลาด
เจ้ามู่เฉิงถือหางองค์ชายรัชทายาท ทั้งยังปรากฏตัวขึ้นในช่วงเวลานี้ คำอธิบายเดียวก็คือองค์ชายรัชทายาทส่งอีกฝ่ายมาด้วยจุดประสงค์เดียวกันกับอวี่อ๋อง
ราชโองการพินัยกรรมฉบับเดียวทำให้พี่น้องพ่อเดียวกันทั้งสองถึงกับตั้งใจประหัตประหารเขาเลยทีเดียว จีเฉิงเสวี่ยรู้สึกได้ถึงความโกรธที่ทวีคูณออกมาจากเบื้องลึกของจิตใจและพุ่งขึ้นครอบงำศีรษะ
เจ้ามู่เฉิงส่ายหน้า ดวงตาของเขายังคงสงบนิ่ง “ท่านจักรพรรดิชาญฉลาดและจับตาดูข้าอย่างใกล้ชิดมาตลอด ข้าคิดว่าท่านจักรพรรดิจะทรงเลือกอวี่อ๋องขึ้นสืบ