้ฟางก็หั่นเนื้อหอยเป๋าฮื้อปราณนภาเป็นชิ้นเล็กๆ
“ป้อนมันให้นางด้วย นางได้รับฤทธิ์ยาจากกล้วยไม้หัวใจพลอยม่วงและสมุนไพรอื่นๆ เรียบร้อยแล้ว วงแหวนปราณบนเปลือกหอยจะช่วยกระตุ้นปฏิกิริยาการฟื้นตัวในร่างกายให้เร็วยิ่งขึ้น ฤทธิ์การรักษาของหอยเป๋าฮื้อปราณนภาจะดีขึ้นเป็นทวีคูณหลังจากที่ดื่มน้ำแกงหมด” ปู้ฟางพูดพร้อมส่งเนื้อหอยเป๋าฮื้อที่หั่นเรียบร้อยให้เซียวเหมิง
เซียวเหมิงมองปู้ฟางด้วยสายตาขอบคุณ ก่อนป้อนเนื้อหอยเป๋าฮื้อเข้าปากจีรู่เอ๋อร์ ก่อนหน้านี้ร่างกายของนางไม่ได้แสดงปฏิกิริยาตอบสนองแม้แต่น้อย แต่พอได้กินเข้าไป นางก็ตัวสั่นสะท้านทันที นางอ้าปาก แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา
ลมหายใจนั้นเต็มไปด้วยพลังปราณจำนวนมาก ทั้งยังส่งกลิ่นหอมหวนกระจายไปทั่วร้านอีกด้วย
เซียวเหมิงยิ่งตื่นเต้นมากเข้าไปใหญ่ เขาเฝ้าดูแพขนตายาวของจีรู่เอ๋อร์สั่นระริกอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น…
…
เมื่ออากาศหนาวขึ้นเรื่อยๆ เกล็ดหิมะที่สะสมอยู่บนพื้นก็หนาขึ้นเป็นเงาตามตัว สองข้างทางของถนนสายหลักแห่งนครหลวงปกคลุมไปด้วยหิมะ
ร่างสองร่างกำลังเดินไปบนถนนสายหลักอย่างช้าๆ จีเฉิงเสวี่ยสวมชุดคลุมสีขาวมีเสื้อคลุมขนสัตว์พาดบนบ่า ร่างหนาของชายผู้ดูกำยำแข็งแรงในชุดผ้าป่านแขนสั้นเดินอยู่ข้างกายเขาท่ามกลางพายุหิมะ ชายผู้นี้มีหนวดยาวรุงรังทั่วใบหน้า ส่วนดวงตาก็ใหญ่โตเหมือนระฆังทองแดง
ทั้งสองค่อยๆ ก้าวเดินไป ทิ้งรอยเท้