ปกว่านั้น ในฐานะผู้อาวุโสลำดับสามของสำนักความลับแห่งสวรรค์ พลังปราณของหนี่หยันจึงอยู่ที่ระดับเจ็ดขั้นนักพรตยุทธการ นางไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่านักรบอันดับหนึ่งของอาณาจักรวายุแผ่วอย่างเซียวเหมิงเลยแม้แต่น้อย
“คนผู้นี้… มาทำอะไรที่นครหลวงในช่วงเวลาอันตรายเช่นนี้กันนะ” เซียวเยวี่ยคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก ตามปกติแล้ว วิถีของสำนักความลับแห่งสวรรค์คือจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลกและเรื่องราชอาณาจักรอย่างแน่นอน…
“เจ้ามองอะไร! ไม่เคยเห็นคนสวยรึ!” ลู่เซียวเซียวพูดด้วยความไม่พอใจ นางถลึงตามองเซียวเยวี่ยตาเขียว
เด็กหญิงรู้ดีว่าอาจารย์สุดตะกละของตนนั้นสวยมาก แต่ไอ้หนุ่มหน้าตาพอไปวัดไปวานี้กลับจ้องนางอย่างน่าเกลียดเกินพอดี ช่างน่าไม่อายเสียนี่กระไร!
ถังอิ่นเองก็หันไปมองเซียวเยวี่ยด้วยเช่นกัน เขามุ่นคิ้ว ระมัดระวังตัวขึ้นมาทันที
ผู้ฝึกตนที่มีปราณแข็งแกร่งนั้นสามารถสื่อถึงกันได้ ขั้นปราณของเซียวเยวี่ยอยู่ที่จุดสูงสุดของขั้นจักรพรรดิยุทธการ ส่วนถังอิ่นเองก็มีปราณอยู่ในระดับเดียวกัน ความสามารถด้านการยุทธ์ของทั้งคู่จัดได้ว่าสูสี ทั้งสองจึงสามารถจับสัญญาณอันตรายจากกันและกันได้
“หือ เกิดอะไรขึ้นรึ” จีเฉิงเสวี่ยมองด้วยสายตางุนงง รู้สึกได้ถึงรังสีอันตรายที่แผ่ออกมาจากกายเซียวเยวี่ย ด้วยเหตุนี้องค์ชายสามจึงหันไปมองหนี่หยันและศิษย์ทั้งสองของนาง
“สามคนนี้… ไม่ธรรมดา” เซียวเยวี่ยพูดเสียงสงบนิ่ง พลังที่ไหลออกจากกาย