วบคุมตนเองไม่ได้
แต่หนี่หยันนั้นมีสติกว่า นางนั่งพินิจพิเคราะห์ไส้กรอกอย่างถี่ถ้วน สังเกตดูสี กลิ่น หน้าตา และคุณลักษณะอื่นๆ ของไส้กรอกอย่างละเอียด
หลังจากที่ประเมินจนเข้าใจสถานการณ์เรียบร้อย หนี่หยันก็หยิบไส้กรอกขึ้นมาชิ้นหนึ่ง แล้วเริ่มเคี้ยวในปากอย่างช้าๆ… รสชาติเนื้อเข้มข้นนั้นเหมือนสายธารที่ค่อยๆ เบ่งบานอยู่ในปากของนาง ทำให้ร่างทั้งร่างและจิตใจถูกกักขังอยู่ในความอร่อย
“หอมอะไรถึงเพียงนี้! อร่อยเหลือเกิน! นี่มันไส้กรอกจริงๆ น่ะหรือ เป็นไส้กรอกที่อร่อยที่สุดที่ข้าเคยกินมาเลย!” หนี่หยันตกใจเป็นอันมาก นางตกหลุมรักไส้กรอกนี้เข้าให้เต็มเปาแล้ว
ปู้ฟางยิ้มขณะมองทั้งสามกินไส้กรอกอย่างมีความสุข เขาหันหลังเดินกลับเข้าครัวแล้วเริ่มทำอาหารที่เจ้าอ้วนจินและผองเพื่อนสั่ง
เมื่อปู้ฟางทำครบทุกจาน หนี่หยันและศิษย์ทั้งสองก็ได้สติจากความอร่อยของไส้กรอกเนื้อวัวมังกรพเนจรพอดี พวกเขาต่างพากันมองปู้ฟางด้วยสายตาประหลาด
หนี่หยันจ้องปู้ฟางเขม็ง นางทำท่าเหมือนจะกินเขาเข้าไปทั้งตัว “เจ้า บอกข้ามา เจ้าทำอย่างไรจึงรักษาพลังปราณในเนื้ออสูรเวทนี้เอาไว้ได้โดยไม่ทำให้มันสลายไป! ข้าค้นหาเคล็ดลับนี้มานานมากแล้ว แต่ก็ยังควบคุมปริมาณพลังปราณในเนื้ออสูรเวทไม่ได้เสียที!”
ทันทีที่กัดเข้าไปคำแรก หนี่หยันก็รู้ว่าเหตุใดปู้ฟางจึงขายของแพงเหมือนเป็นบ้าเช่นนี้ ไส้กรอกหนึ่งชิ้นมีฤทธิ์เทียบเท่าโอสถบำรุงปราณระดับหก พลังปราณที่อ