นนิสัย แต่ก็หยุดชะงักไปชั่วครู่แล้วกลับลำกลางคัน
พลังปราณเที่ยงแท้ในกายหนี่หยันแทบหมุนเป็นสายน้ำบ้าคลั่ง นางต้องอดทนอย่างมากที่จะไม่พุ่งหมัดเข้าหน้าชายหนุ่ม นี่เจ้าตอบบทเดิมว่าทุกอย่างเป็นความลับจนกลายเป็นนิสัยเลยรึ
“คิดว่าเพราะเหตุใดข้าจึงขายไส้กรอกชิ้นเดียวแพงถึงขนาดนี้เล่า” ปู้ฟางถาม ตาจ้องไปที่หญิงสาว “ก็เพราะว่าเนื้อที่ใช้ทำมันแพง นี่เป็นเนื้อของอสูรเวทระดับเจ็ด วัวมังกรพเนจร…”
…
ยี่สิบลี้จากประตูทางเข้านครหลวง กำลังพลขององค์ชายสามกำลังตั้งที่พักชั่วคราวบนพื้นที่โล่งแจ้ง พวกเขาเลือกที่จะไม่เข้าไปในนครหลวงทันที
องค์ชายสามถอดชุดเกราะสำหรับการศึกออกแล้วเปลี่ยนเป็นชุดคลุมสีขาววิจิตร เขายืนอย่างสง่างามอยู่เบื้องหน้ากองทัพของตน หันหน้าไปทางนครหลวง โดยมีคนอยู่สองคนยืนอยู่เบื้องหลัง หนึ่งในนั้นสวมหมวกไม้ไผ่และผ้าคลุมหน้าสีดำ อีกคนเป็นชายท่าทางแข็งแกร่งที่ทั้งตัวสูงและกำยำ
“องค์ชายพะย่ะค่ะ หากเข้าไปในนครหลวงตอนนี้จะต้องอันตรายแน่ ข้าน้อยคนนี้จะติดตามท่านทุกฝีก้าวไม่ห่างกาย เพื่อให้แน่ใจว่าภัยอันตรายใดๆ จะมิมากล้ำกรายองค์ชายได้!” ชายสูงร่างหนาเปิดปากพูด
จีเฉิงเสวี่ยหันไปมองชายผู้นั้นอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ ชายหนุ่มค่อยๆ เดินไปยังนครหลวงภายใต้ดวงอาทิตย์เจิดจ้า มือทั้งสองไพล่หลังไว้
ทันทีที่เดินเข้าประตูมา ลมหนาวก็พัดเข้าใส่ ทำให้เขารู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่คุ้นเคย
จีเ