บนถนนสายหลักของนครหลวง หิมะยังคงโหมกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้าอย่างต่อเนื่อง บดบังพื้นกระเบื้องหินสีเขียว กดทับผ้าใบกันแดดกันฝนของร้านรวงข้างทาง
ลมหนาวยะเยือกพัดโชยผ่าน ทำให้บรรดาผู้คนที่เดินกันขวั่กไขว่ในชุดกันหนาวหลายต่อหลายชั้นพากันตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ และพ่นควันขาวออกจากปากขณะรีบเร่งเดินต่อไปให้ถึงจุดหมาย
หลัวซานเหนียนกำลังลากโอวหยางเสี่ยวอี้และหยางเฉินไปตามทาง ทั้งสามค่อยๆ เดินไปบนถนนสายหลักของนครหลวงอย่างช้าๆ ลมหนาวและเกล็ดหิมะหนาถูกเกราะกำบังพลังปราณของหลัวซานเหนียนปัดป้องออกไปจนหมด
ทั้งสามเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ หลัวซานเหนียนยังคงบ่นหยางเฉินไม่หยุดเรื่องอะไรสักอย่าง ส่วนหยางเฉินก็หัวเสียทำหน้ายู่เข้าหากันจนเหมือนกระดาษโดนขยำ ข้างๆ กันนั้นโอวหยางเสี่ยวอี้กำลังหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวเมื่อเห็นสภาพดูไม่ได้ของเด็กชาย
ทันใดนั้นหิมะที่กำลังเทลงมาจากฟากฟ้าก็พลันหยุดสนิท ถนนทั้งสายตกอยู่ในความเงียบงัน รูม่านตาของหลัวซานเหนียนหดแคบ นางไม่ได้ยินสรรพเสียงใดแม้แต่อย่างเดียว มีเพียงเสียงลมหายใจของตนเองเท่านั้นที่ดังก้องอยู่ในสมอง
หญิงสาวหันหน้าไปมองโอวหยางเสี่ยวอี้และหยางเฉินด้วยความยากลำบาก ปากเล็กๆ ของเด็กทั้งสองอ้าๆ หุบๆ เหมือนกำลังพูดบางสิ่งที่หลัวซานเหนียนไม่ได้ยินแม้แต่น้อย
ที่ปลายถนน ชายในชุดกันหนาวลายนกกระเรียนกำลังค่อยๆ เดินทอดน่องเอามือไพล่หลังมาทางพวกเขา
ทุกก้าวที่ชายผู้นี้ย่างเดิ