น หลัวซานเหนียนรู้สึกถึงแรงกดทับบนตัวนางที่มากขึ้นเรื่อยๆ ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่ามัว มีเพียงภาพชายที่กำลังค่อยๆ เดินเข้ามาหาเท่านั้นที่เป็นเงาสะท้อนอยู่ในแววตา
“จ… เจ้ามู่เฉิงรึ!”
ริมฝีปากแดงของหลัวซานเหนียนเผยอขึ้นเล็กน้อย นางกรีดร้องชื่อนั้นออกมาด้วยความตกใจ แต่กลับพบว่าไม่มีเสียงออกมาแม้แต่น้อย ร่างบางของหลัวซานเหนียนสั่นสะท้าน พลังที่กดทับลงมาบนกายมากจนถึงจุดที่นางขยับกล้ามเนื้อใดไม่ได้อีกต่อไป
เจ้ามู่เฉิงเดินเอามือไพล่หลังมาหยุดอยู่ตรงหน้าหลัวซานเหนียน ดวงตาของเขาเหมือนมหาสมุทรกว้างใหญ่ที่แปรเปลี่ยนตลอดเวลา ราวกับมีรัศมีพลังของพระพุทธองค์หมุนวนอยู่ภายใน พร้อมเสียงบทสวดกึกก้อง
หลัวซานเหนียนจ้องเจ้ามู่เฉิงด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า มุมปากของฝ่ายหลังยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขณะเดินผ่านนางไป เจ้ามู่เฉิงคว้าตัวหยางเฉินและโอวหยางเสี่ยวอี้เอาไว้ จากนั้นก็ก้าวเดินออกไปทีละก้าว และอันตรธานไปจากถนนหลักของนครหลวง…
ตุบ!
ดวงตาของหลัวซานเหนียนเบิกกว้าง เข่าทรุดลงบนพื้นอย่างไร้ทางสู้ หน้าอกใหญ่ของนางกระเพื่อมขึ้นลงขณะเจ้าของร่างพยายามสูดเอาอากาศเข้าปอด
เสียงจ้อกแจ้กของนครหลวงและเสียงลมหนาวหวีดหวิวกลับสู่โสตประสาทของนางอีกครั้ง เกล็ดหิมะร่วงหล่นลงบนผมสีดำที่ปล่อยสยายของหลัวซานเหนียน เกราะพลังปราณเที่ยงแท้ที่หญิงสาวใช้กันหิมะและลมหนาวสลายหายไปตั้งแต่เมื่อใดนางเองก็ไม่อาจรู้ได้
ทั่วทั้งนครหลวงตกอยู่ในความสับ