้ำแกงปลาและกลิ่นอ่อนๆ ของเนื้อ เขาอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายโดยพลัน เป็นอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ… มีเพียงกลิ่นเป็ดอบบุปผาของร้านเขาเท่านั้นที่สู้กับกลิ่นนี้ได้
พ่อครัวเจ้าเองก็มีอาชีพทำอาหารเช่นกัน เขารู้ตัวทันทีที่ได้กลิ่นว่าหากสู้กันที่การทำอาหาร เขาต้องแพ้ราบคาบหน้าแตกกลับบ้านอย่างแน่นอน เขาจะแพ้ชนิดที่เทียบไม่ได้แม้แต่ขี้เล็บ ความแตกต่างด้านความสามารถของทั้งสองนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว
“หืม เจ้าเองรึ มากินอะไรล่ะ” ปู้ฟางจำเฉียนเป่าได้ทันที ก่อนหน้านี้เขาไปที่ร้านเฉียนเป่าเพื่อจับผิดอาหารทุกจานในร้าน ตั้งแต่ชั้นหนึ่งยันชั้นสาม เขาขยี้ข้อด้อยของอาหารทุกจานจนเละกลายเป็นขี้ฝุ่นเลยทีเดียว แน่นอนว่าต้องจำเจ้าของร้านได้อยู่แล้ว
แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้คาดคิดว่าเฉียนเป่าจะมาที่ร้านเขาจริงๆ…
“เถ้าแก่ปู้ยังจำข้าได้ใช่หรือไม่ วันนั้นที่เถ้าแก่ปู้มาประเมินอาหารที่ร้านปักษาเพลิงนิรันดร์ของข้า ทำให้ข้าได้รับประโยชน์มากมายทีเดียวเชียว รสชาติอาหารหลายจานของร้านเราดีขึ้นมากหลังจากที่ปรับปรุงตามที่ท่านแนะนำ ดังนั้นวันนี้ข้าเองก็มาเพื่อมอบประโยชน์ให้ท่านเช่นกัน ข้า… นำพ่อครัวจากร้านของเรามาด้วยคนหนึ่งเพื่อขอคำชี้แนะจากท่าน”
คำพูดของเฉียนเป่าดูสวยหรู แต่แท้จริงแล้วความหมายนั้นเรียบง่ายมาก วันนี้เรามาเพื่อจับผิดร้านเจ้าคืน ในเมื่อเจ้ากล้าแหยมกับข้า ก็ต้องโดนเล่นกลับ มิเช่นนั้นข้าคงเสียหน้าไปจนลูกบวช!