วเราะด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน สำหรับเขาปู้ฟางเป็นเพียงพ่อครัวต้อยต่ำเท่านั้น พ่อครัวจะไปมีปัญญาทำอะไรได้ ลอยขึ้นฟ้ารึ
“ไอ้โง่เอ๊ย เดี๋ยวก็รู้เองว่าที่เจ้าพูดมาเมื่อกี้โง่บรมขนาดไหน!” โอวหยางเสี่ยวอี้เย้ยก่อนหันไปหาปู้ฟาง “นายท่านตัวเหม็น ข้าเอาซี่โครงเปรี้ยวหวานจานหนึ่ง! ให้ไอ้หมอนี่มันรู้เสียบ้างว่าหิวจนไส้จะขาดเป็นอย่างไร!”
หยางเฉินเม้มปากแน่น สายตาตวัดไปมองรายการอาหารบนผนัง จากนั้นรูม่านตาของเขาก็พลันหดแคบลงเหลือเพียงขนาดเท่าเมล็ดงา
“นี่ใส่หน่วยราคาผิดรึ ทำไมมีแต่ผลึกๆๆ คิดว่าอาหารตัวเองเป็นยาผีบอกรักษาได้ทุกโรคหรืออย่างไร!” เมื่อเห็นราคาอาหาร หยางเฉินก็อดตะโกนด่าออกมาไม่ได้
ปู้ฟางแทบจะทำเป็นหูดับเมื่อได้ยินเสียงก่นด่าเรื่องราคาอาหาร เขาไม่แม้แต่จะตอบด้วยซ้ำ บ่นได้ก็บ่นไปสิ เขาไม่ได้เสียอะไรอยู่แล้ว เมื่อหยางเฉินได้กินอาหารที่เขาทำ ถึงอย่างไรก็ต้องกลับมาสั่งใหม่เรื่อยๆ อยู่ดี… ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องยอมจ่าย
เขามั่นใจในฝีมือการทำอาหารของตัวเองมาก
ซงเถาเองก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เช่นกัน เขาเดินเข้าร้านมา สายตาพลันเห็นหยางเฉินที่กำลังทำหน้ารังเกียจ ดวงตาของซงเถาเป็นประกายขึ้นมา “นั่นมันทายาทคนสำคัญของตระกูลหยางนี่ ข้าต้องเอาตัวเด็กนี่กลับไปด้วยให้ได้”
“เจ้าจะกินอะไร ดูรายการเอาเองก็แล้วกัน” ก่อนที่ซงเถาจะทันได้เอ่ยอะไร เสียงเย็นก็ดังขึ้นข้างกายเขา
ปู้ฟางมองหน้าซงเถาด้วยสีหน้าตายด้าน มือชี้ไปที่