นว่านครหลวงใบนี้ก็จะเริ่มเดือด เพื่อทำให้รสของมันจัดจ้านขึ้น เราจึงต้องเพิ่มเครื่องปรุงเข้าไปนิดหน่อย…” เจ้ามู่เฉิงลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาดูสงบสุขเหมือนน้ำนิ่ง
ความเคารพยำเกรงของเจ้ารู่เก๋อที่มีต่อบิดาทวีคูณมากขึ้นไปอีก
“ไปได้แล้ว จำไว้ว่าอย่าปฏิบัติกับเด็กนั่นแย่เป็นอันขาด เราเพียงแต่นำนางมาเพื่อจุดประกายไฟเท่านั้น หากนางเป็นอะไรไป ไอ้โอวหยางฉีมันต้องพยายามฆ่าพวกเราแน่ ตาแก่หัวทึบนั่นมันรักหลานสาวอย่างกับอะไรดี” เจ้ามู่เฉิงหัวเราะในลำคอ
“เราต้องปล่อยให้มันไปหาเรื่ององค์ชายรัชทายาทกับอวี่อ๋องก่อน ให้มันเป็นฝ่ายคนหม้อให้เริ่มเดือด…”
เจ้ารู่เก๋อชะงักไปชั่วครู่ ดูเหมือนว่าจะคิดอะไรบางอย่างได้ ชายหนุ่มยิ้มมุมปากเล็กน้อยขณะพยักหน้าแล้วออกจากห้องไป
เจ้ามู่เฉิงมองเจ้ารู่เก๋อจากไปแล้วหัวเราะออกมาอีกครั้ง
หลังออกจากห้องมาแล้ว เจ้ารู่เก๋อก็เดินอยู่ในจวนตระกูลเจ้าสักพัก ก่อนมาถึงห้องที่ถูกคุ้มกันด้วยผู้ฝึกตนขั้นราชันยุทธการสองคน
“เฝ้าเอาไว้ให้ดีเล่า เด็กนี่ฉลาดมาก อย่าให้สบโอกาสหนีไปได้เป็นอันขาด” เจ้ารู่เก๋อพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
ผู้ฝึกตนขั้นราชันยุทธการสองคนพยักหน้าขึงขัง
ชายหนุ่มมองไปที่ห้องซึ่งเงียบกริบพร้อมยิ้มออกมา “ข้าอยากรู้นัก หากเถ้าแก่ปู้รู้ว่าเด็กนี่ถูกลักพาตัวมา… เขาจะทำอย่างไร จะรีบรุดมาที่นี่พร้อมไอ้ก้อนเหล็กนั่นไหมนะ เช่นนั้นก็น่าจะสนุกดี”
…
ภายในวังขององค์ชายรัชทายาท ตัวองค์ชายกำ