็แข็งเกินไป ส่วนข้อผิดพลาดอื่นๆ นั้นจัดว่าเล็กน้อยจนไม่สำคัญอะไร ข้าจะไม่พูดถึงก็แล้วกัน” ปู้ฟางพูดหน้าตาย
เฉียนเป่าสูดหายใจเข้าเพื่อทำใจให้สงบลง สีหน้าของเขาไม่สู้ดีนัก
เขาไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ปู้ฟางพูด “นายน้อยปู้ เป็ดอบบุปผาจานนี้เป็นอาหารจานเอกของร้านเราที่ผ่านการทดลองสูตรมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ข้าไม่เห็นด้วยที่ท่านเสนอให้ใช้เป็ดอายุน้อยในการทำ ข้าเชื่อในสูตรที่ทางฝั่งเราบันทึกเอาไว้เต็มร้อย”
แม้คำพูดของปู้ฟางจะดูมีเหตุผล แต่เฉียนเป่าเองก็ไม่อยากเชื่อโดยง่าย เนื่องจากนี่เป็นอาหารจานเอกของร้าน แล้วเขาจะไปแก้สูตรง่ายๆ ตามอำเภอใจได้อย่างไร
ปู้ฟางปรายตามองชายเจ้าของร้านแล้วเอ่ย “จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า ข้ามาแค่เพื่อประเมินคุณภาพอาหารเท่านั้น เอาล่ะ ในเมื่อข้าประเมินครบทุกจานแล้ว ข้าก็จะไปเสียที นี่ค่าอาหาร”
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้ววางผลึกห้าชิ้นลงบนโต๊ะ จากนั้นก็เดินลงบันไดไปอย่างสง่างาม
เฉียนเป่ามีสีหน้าบูดบึ้งขณะยืนอยู่กับที่ เขามองอาหารในจานทั้งสามจานที่แทบไม่ได้ถูกแตะ ในดวงตาสั่นระริกด้วยความรู้สึกมากมาย
“นายน้อยปู้… เป็นใครกันแน่!” เฉียนเป่าสูดหายใจเข้าลึกแล้วพึมพำกับตนเอง จากนั้นดวงตาก็มองไปที่เซียวเสี่ยวหลงซึ่งกำลังจะจากไป
“นายน้อยเซียว ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่านายน้อยปู้เป็นใคร… ผู้ที่สามารถบอกข้อผิดพลาดของอาหารได้โดยละเอียดเช่นนี้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน เข