เฉียนเป่าในชุดคลุมปักลายเดินเอามือเท้าสะเอวแอ่นพุงมาข้างหน้า เผยให้เห็นเข็มขัดหยกสวยเป็นประกาย เหตุผลที่เขาเดินท่านี้เป็นเพราะรู้สึกได้ถึงสายตาอิจฉาจากผู้อื่นขณะมองเข็มขัดตน เลยต้องอวดเสียหน่อยเพื่อความสบายใจ
“ใครกันที่กล้ามาพูดว่าอาหารร้านปักษาเพลิงนิรันดร์ไม่อร่อย” เฉียนเป่าไม่พอใจทันทีเมื่อได้ยินว่ามีคนบอกว่าอาหารร้านตนไม่อร่อย
เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างพี่หญิงใหญ่ชุนแล้วมองตามสายตาของนางไป เขาก็เห็นเซียวเสี่ยวหลงและสหาย
“นี่มันอัจฉริยะแห่งนครหลวงของเราไม่ใช่รึ นายน้อยเซียว ไม่ได้เจอกันเสียนานเลยนะขอรับ ตายๆ เทพธิดาเยียนอวี่และองค์หญิงน้อยโอวหยางเองก็มาด้วย ขออภัยที่ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้มาต้อนรับด้วยตนเอง อ้อ แล้วผู้นี้คือ…”
เฉียนเป่าเป็นคนอยู่เป็น เรียกได้ว่าเป็นนักธุรกิจตัวจริงเสียงจริง เขาเก่งกาจด้านการจัดการผู้คน จนเรียกได้ว่าเป็นคนเจ้าเล่ห์คนหนึ่งเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้เขาจึงสร้างร้านอาหารนี้จากร้านเล็กๆ มาเป็นร้านใหญ่โตที่ดีที่สุดในอาณาจักรได้
แน่นอนว่าความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดได้ด้วยคนคนเดียว แต่ความพยายามและพรสวรรค์ของเฉียนเป่าเองก็เป็นส่วนสำคัญด้วยเช่นกัน
“เรียกเขาว่านายน้อยปู้ก็ได้” เซียวเสี่ยวหลงยิ้มขณะแนะนำปู้ฟางให้รู้จัก เขาไม่กล้าบอกชื่อเสียงเรียงนามที่แท้จริงของชายหนุ่ม เนื่องจากตอนนี้ร้านใจไม้ไส้ระกำได้โด่งดังไปทั่วเมืองในฐานะคู่แข่งอันดับหนึ่งของร้านปักษาเพลิงนิรันดร์แ