ดกลับเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง
“ไม่อร่อยก็คือไม่อร่อย อาหารพวกนี้ทำผิดวิธี เจ้าเอาออกมาวางได้เลยข้าบอกได้ทุกจานว่าผิดตรงไหนบ้าง” ปู้ฟางพูดเสียงเรียบ ไม่สนใจจะต่อล้อต่อเถียงกับชายตรงหน้าแม้แต่น้อย
คำพูดของเขาทำให้เฉียนเป่าหรี่ตาเล็กน้อยขณะคิด “ไอ้หมอนี่มันจองหองนัก กล้ามาพูดมั่วๆ เช่นนี้ได้อย่างไร มันมั่นใจขนาดนั้นเชียวรึ”
“ย่อมได้ขอรับ! ในเมื่อนายน้อยปู้ต้องการเช่นนั้น ข้าก็จะเอาอาหารมาให้พร้อมพาพ่อครัวออกมาคุยกับท่านเองด้วย หากท่านพูดจนพ่อครัวของข้ายอมจำนนได้ ข้าจะยอมรับว่าอาหารร้านเราไม่ดีจริง” เฉียนเป่าพูดเรียบๆ ใบหน้าไม่มีรอยยิ้มอีกต่อไป
“จะต่อกรกันซึ่งๆ หน้าจริงๆ รึ” เซียวเสี่ยวหลงและคนอื่นๆ ชะงักไปชั่วขณะ จากนั้นก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา เฉียนเป่าอาจจะไม่รู้ว่าปู้ฟางเป็นใคร แต่พวกเขานั้นรู้ดีอยู่เต็มอก หากปู้ฟางกล้าพูดออกมาเช่นนี้แปลว่าเขามั่นใจจริงๆ เนื่องจากทักษะการทำอาหารของชายหนุ่มนั้นเหนือชั้นกว่าพ่อครัวแม่ครัวจากร้านปักษาเพลิงนิรันดร์เป็นอันมาก
“ไม่ ข้าไม่ได้อยากให้เจ้ามายอมรับอะไรข้า เอาเช่นนี้ไหมเล่า มาพนันกันดีกว่า หากข้อผิดพลาดที่ข้าบอกทำให้พ่อครัวแม่ครัวของเจ้าเห็นพ้องต้องกันได้จริง เจ้าจะต้องอนุญาตให้ข้าขึ้นไปกินอาหารที่ชั้นสาม แต่หากข้าแพ้ ข้ายินดีจ่ายค่าอาหารพวกนี้เพิ่มขึ้นร้อยเท่า เป็นอย่างไร ตกลงไหม” ปู้ฟางพูดหน้าตาย
ทุกคนสูดลมเย็นเข้าปอดลึก “จ่ายเพิ่มร้อยเท่า