บรรยากาศภายในร้านเงียบลงทันที แรงกดดันที่แผ่ออกจากร่างจักรพรรดิขณะกำลังครุ่นคิดทำให้เซียวเหมิงและจีเฉิงเสวี่ยถึงกับต้องกลั้นหายใจ
จักรพรรดิฉางเฟิ่งก็ยังคงเป็นจักรพรรดิฉางเฟิ่งอยู่วันยังค่ำ เขาใช้เวลาหลายสิบปีในการต่อสู้กับสำนักน้อยใหญ่นอกอาณาจักร ทั้งยังทำลายสำนักมากมายที่เคยรุ่งโรจน์เสียย่อยยับไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด พลังกดดันรุนแรงและรังสีสังหารที่ไหลบ่าออกจากร่างนั้นทรงพลังเป็นอันมาก
ทว่าเซียวเหมิงกลับขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วโน้มไปกระซิบข้างหูจักรพรรดิ “ฝ่าบาท… อย่าลืมเรื่องเบื้องหลังน่ากลัวของร้านนี้นะพะย่ะค่ะ สุนัขสีดำตัวใหญ่ที่นอนเฝ้าหน้าร้านอยู่เป็นอสูรเวทในตำนาน หากพระองค์อยากทำลายร้าน ข้าเกรงว่าจะเป็นการยากไม่น้อยพะย่ะค่ะ”
มุมปากของจักรพรรดิยกขึ้นเล็กน้อยขณะมองเซียวเหมิงแล้วพูดนิ่งๆ “แม่ทัพใหญ่เซียว ข้าจำได้ว่าท่านเขียนเอาไว้ในรายงานมิใช่หรือ ว่าตราบใดที่ไม่มีใครก่อเรื่องในร้าน อสูรเวทในตำนานก็จะไม่เข้ามายุ่มย่ามด้วย ข้าเข้าใจถูกหรือไม่”
เซียวเหมิงประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่าจักรพรรดิจะถามคำถามนี้เพื่อสิ่งใด แต่ก็พยักหน้าตอบรับด้วยสีหน้าจริงจัง “ถูกต้องพะย่ะค่ะ”
“ถ้าเช่นนั้นก็ง่ายนิดเดียว ในเมื่อกฎของร้านว่าเอาไว้ว่าตราบใดที่ไม่มีใครก่อเรื่องในร้าน อสูรเวทในตำนานก็จะไม่เข้ามายุ่มย่าม การทำให้ร้านปิดกิจการนั้นมีหลายวิธีนัก แต่มีไม่มากที่เข้าเงื่อนไขปิดกิจการได้ด้วยและป้องกันไม