บด้วยเพชรพลอยมีค่ามากมาย ผมของเขามัดขึ้นเป็นมวยสูง ทั้งยังสวมผ้าคาดศีรษะสีทองปักรูปมังกรสองตัวกำลังแย่งชิงไข่มุกกัน แม้เขาจะดูชราภาพมาก แต่พลังอำนาจแห่งความเป็นจักรพรรดิก็ยังคงอยู่
“เหตุการณ์ที่ประตูจัตุรัสมายาสวรรค์ดำเนินไปตามแผนการของเราหรือไม่” เสียงแผ่วเบาดังจากปากของจักรพรรดิชรา
“ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ แม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงและแม่ทัพโอวหยางเริ่มการประหารแล้ว ผู้ฝึกตนจากสำนักต่างๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในนครหลวงหมดความอดทนและเดินหน้าเปิดศึกในที่สุด” มุมปากของขันทีผมขาวยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ขณะที่เขาโค้งคำนับลงเล็กน้อย แล้วพูดตอบด้วยเสียงสูง
“พวกนั้นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเปิดศึกที่ลานประหาร มิเช่นนั้นจะต้องเสียผู้ฝึกตนระดับหกขั้นจักรพรรดิยุทธการไปถึงหกคน… ด้วยเหตุนี้แม้จะรู้ดีว่าเป็นกับดักที่ข้าวางเอาไว้ล่อ ก็ยังต้องกระโดดเข้ามาตะครุบเหยื่ออยู่ร่ำไป… แค่ก” จักรพรรดิยิ้มบาง ดวงตาลุ่มลึกอ่านยาก เขาไอออกมาเบาๆ
“ฝ่าบาทช่างทรงพระปรีชาสามารถเสียจริง สำนักเหล่านี้จะต้องถูกทำลายอย่างราบคาบแน่นอนพะย่ะค่ะ และจักรวรรดิวายุแผ่วของเราจะกลับมาสงบสุขอีกครั้ง” ขันทีลูบหลังจักรพรรดิอย่างเบามือพร้อมพูดเสียงอ่อน
จักรพรรดิโบกมือให้อีกฝ่ายถอยไป แล้วถอนหายใจเบา “ข้ารู้จักร่างกายตนเองดี ข้ารู้ว่าถึงอย่างไรคงอยู่ไม่ถึงวันที่ทุกสำนักถูกทำลายลงราบคาบเป็นแน่ มิเช่นนั้นคงไม่ต้องลำบากสร้างกับดักนี้มาล่อแมลงหรอก… เสี่ยวฟู่ เจ