เพียงอยากให้เจ้าทำน้ำแกงไก่ให้ข้าอีกชามเดียวเท่านั้น” จีเฉิงอันพูดอย่างหัวเสีย เขามุ่นคิ้วเมื่อได้ยินคำตอบของปู้ฟาง
เมื่อจีเฉิงเสวี่ยได้ยินสิ่งที่ปู้ฟางพูด เขาก็ไม่คิดซักไซ้ไล่เรียงอีก ชายหนุ่มรู้จักนิสัยปู้ฟางเป็นอย่างดี จึงรู้แก่ใจว่าเถ้าแก่คนนี้พูดคำไหนคำนั้น ไม่ว่าจะถามอีกสักกี่ครั้งก็ไม่มีประโยชน์
ชายหนุ่มเจ้าของร้านชี้ไปที่รายการอาหารบนผนังเบื้องหลังองค์ชายรัชทายาท “ดูรายการอาหารข้างหลังเจ้าเสีย ไม่มีชื่ออาหารจานนี้เขียนอยู่ใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้น… มันจึงไม่ใช่ของซื้อของขายอย่างไรเล่า”
“ฮึ! เจ้านี่ตรงเผงเหมือนไม้กระดาน ในเมื่อข้าบอกให้เจ้าทำอาหารจานนี้ เจ้าก็มีหน้าที่เงียบปากแล้วทำมันเสีย จะมาพูดบ้าพูดบออะไรมากมายให้เปลืองน้ำลาย” สีหน้าของจีเฉิงอันถมึงทึงขึ้นทันที เขาสะบัดชายแขนเสื้อไปข้างหลังด้วยท่าทางโกรธเกรี้ยวแล้วเอ่ยเสียงเย็น
คำพูดนั้นบอกทุกคนได้เป็นอย่างดีว่าองค์ชายรัชทายาทกริ้วเสียแล้ว เป็นที่รู้กันดีภายในวังหลวงว่าองค์ชายผู้นี้อารมณ์ร้ายเสียยิ่งกว่าอะไร
แล้วเจ้าของร้านอาหารเล็กๆ กลับกล้าทำให้องค์ชายรัชทายาทแห่งราชอาณาจักรหัวเสีย ชีวิตนี้คงไม่ได้อยู่เป็นสุขแน่
สมาชิกตระกูลเซียวหลายคนมองปู้ฟางด้วยสายตาเวทนา พร้อมแอบลอบส่ายศีรษะในใจ
ทว่าเซียวเหมิงและเซียวเสี่ยวหลงนั้นไม่ได้สนใจเรื่องนี้แม้แต่น้อย เซียวเหมิงเองรู้ดีว่าร้านของปู้ฟางนั้นน่ากลัวเพียงใด แค่มีหุ่นเชิดจักรกลตัวน