่ะค่ะ ข้าจะไปสืบเพิ่มเติมเดี๋ยวนี้” ซูฉีเอ่ยพร้อมประสานฝ่ามือและกำปั้นเข้าด้วยกันเพื่อแสดงความเคารพ โดยไม่ได้พยายามเถียงแต่อย่างใด
“ได้ ดูเหมือนว่าเจ้าจะชื่นชอบรสชาติอาหารของร้านนั้นมาก มันอร่อยถึงเพียงนั้นเชียวหรือ” องค์ชายรัชทายาทมองซูฉีเล็กน้อยพร้อมเอ่ยถาม แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ดีว่าชายตรงหน้านี้ไปที่ใดมาบ้าง
“ใช่แล้วพะย่ะค่ะองค์ชาย โดยเฉพาะปลาต้มของร้านนั้น… ทั้งอร่อยและนุ่มมากจริงๆ !” ดวงตาของชายหนวดงามเป็นประกายขึ้นขณะเอ่ยตอบ แต่หลังจากที่ได้พูดออกไปแล้ว เขาก็พลันนึกได้ว่าตนเองกำลังพูดอยู่กับองค์ชายรัชทายาทของอาณาจักร จึงปิดปากเงียบแล้วถอยออกไปพร้อมรอยยิ้มฝืน
“ปลาต้มรึ… ฟังดูน่ากินดี” องค์ชายรัชทายาทชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พลันยิ้มออกมา
…
รัตติกาลมาเยือนอีกครั้ง แสงจันทร์สีเงินราวม่านหมอกทอแสงอ่อนโยนบนผืนดิน
ณ ห้องครัวแห่งร้านเล็กๆ ของฟางฟาง
ปู้ฟางสูดหายใจเข้าลึก จากนั้นก็จับไก่โลหิตปักษาเพลิงออกจากกรงในตู้เก็บของ โดยไม่สนใจเสียงร้องประท้วงของมัน
หลังจากที่ถอนขนไก่ออกจนเกลี้ยงและนำเครื่องในออกเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็ทำตามสูตรน้ำแกงสมุนไพรไก่ปักษาเพลิงอีกครั้ง
เขาใช้มีดเจาะรูสมุนไพรสะระแหน่แล้วเทน้ำที่ได้ลงในชามเล็ก จากนั้นก็หั่นสมุนไพรเป็นชิ้นเล็กพร้อมสมุนไพรชนิดอื่นๆ เพื่อยัดลงช่วงท้องของไก่โลหิตปักษาเพลิง ชายหนุ่มหยิบหม้อดินเผาออกมา เทน้ำจากบ่อน้ำพุพลังปราณบริสุทธิ์ลงไป แล้ว