ขาก็ใส่เนื้อปลาที่นำไปอุ่นในน้ำขิงเพื่อลดกลิ่นคาวเรียบร้อยลงไปในหม้อ ต้มอีกสักพักแล้วนำมาจัดใส่จาน
จานปลาต้มที่ทั้งหอมและมันวาวถูกวางลงตรงหน้าซูฉี ทำให้ดวงตาของเขาเป็นประกาย ใบหน้าแสดงความอยากกินออกมาอย่างชัดเจน
ดูเหมือนว่าองค์ชายรัชทายาทจะไม่รู้แม้แต่น้อย ว่าที่ปรึกษาอันดับหนึ่งของตนนั้นชอบกินอาหารเป็นชีวิตจิตใจ
ผ่าง
ชายวัยกลางคนใบหน้าหล่อเหลาราวสลักจากหินอ่อนก้าวเข้ามาในร้าน เขาเอามือไพล่หลัง ดวงตานิ่งเย็น พลังปราณรอบกายเข้มข้นรุนแรง
กลิ่นหอมหวนที่อบอวลอยู่ภายในร้านทำให้ใบหน้าของชายวัยกลางคนผู้นั้นแสดงความประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อย
เมื่อเขาหันไปเห็นโอวหยางเสี่ยวอี้ ก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งแล้วถามออกมาอย่างฉงน “หืม เสี่ยวอี้ เจ้ามาทำอะไรที่นี่”
เสียงของเขาสะท้อนไปทั่วร้าน ซูฉีที่กำลังจะคีบปลาต้มเข้าปากพาลตัวสั่นขึ้นมาทันที ปลาที่คีบไว้ตกลงใส่จานดังเดิม ทำให้น้ำซอสกระเด็นเปรอะเปื้อนหนวดงามของเขา
“ท่าน… ท่านแม่ทัพใหญ่เซียวเหมิง” เมื่อซูฉีหันไปเห็นว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใคร เขาก็ผุดลุกขึ้นยืนทำความเคารพทันทีด้วยการเอาฝ่ามือชนกำปั้น ในใจก็คิด “สวรรค์โปรด… ท่านแม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงเองก็มาที่ร้านเล็กๆ แห่งนี้ด้วยรึ นี่เป็นข้อมูลที่สำคัญมาก ข้าต้องรายงานให้องค์ชายรัชทายาทรู้”
แม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงพยักหน้ารับ แน่นอนว่าเขาย่อมรู้จักที่ปรึกษาอันดับหนึ่งขององค์ชายรัชทายาท ทั้งยังชื่นชมความสามารถในการ