ได้ยินคำพูดนั้น
“อะไรกัน พวกเรารอมาเกือบชั่วโมง แต่เจ้ากลับบอกว่าจะไม่ทำอาหารแล้วรึ”
“เถ้าแก่ปู้ เช่นนี้ไม่ยุติธรรมเลย! นี่ยังเพิ่งหัววันเอง ทำต่ออีกสักหน่อยเถิด พวกเราอยากกินอาหารที่ท่านทำนะ”
……
แต่ปู้ฟางก็ไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อยเมื่อได้ยินเสียงบ่นของฝูงชน
“พูดอีกครั้งนะ วันนี้ร้านปิดแล้ว หากอยากกินพรุ่งนี้ก็มาให้เร็วขึ้น อ้อ แล้วก็อย่าก่อเรื่องล่ะ” ชายหนุ่มพูดอย่างไร้อารมณ์
ดวงตาจักรกลของเจ้าขาวที่อยู่เบื้องหลังเขาเริ่มส่องแสงสีแดง พร้อมจับพิกัดไปที่คนซึ่งเริ่มโหวกเหวกโวยวาย ทันใดนั้นทุกคนก็เงียบเป็นเป่าสาก
ด้วยความที่มีเจ้าขาวคอยจ้องอยู่ ฝูงชนจึงทำได้เพียงกล้ำกลืนความโกรธเกลียดของตนเองลงไป พวกเขาออกจากร้านมาอย่างขมขื่น ในใจคิดว่าตนเองจะกลับไปรายงานนายอย่างไรดี
เจ้ารู่เก๋อรู้สึกเหมือนโดนห่าลูกศรที่มองไม่เห็นพุ่งเข้าปักอก “บ้าเอ๊ย หมดเวลาทำการอีกแล้วรึ! ไม่ตรงต่อเวลาบ้างไม่ได้หรืออย่างไร”
“เถ้าแก่ปู้ ข้ายินดีจ่ายเพิ่มห้าเท่าจากราคาเต็ม… ให้ข้าสั่งเถิด!” เจ้ารู่เก๋อไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และเริ่มโน้มน้าวใจปู้ฟาง
“ข้าขอปฏิเสธ ก่อนหน้านี้เจ้าก็เคยพยายามหลอกล่อข้ามาแล้ว” ชายหนุ่มเจ้าของร้านพูดเรียบๆ
“กฎนั้นตั้งโดยมนุษย์ เถ้าแก่ปู้! สิบเท่า! ข้ายินดีจ่ายสิบเท่าจากค่าอาหาร วันนี้ข้าจะต้องกินที่ร้านเจ้าให้ได้” เจ้ารู่เก๋อกัดฟันพูด ดวงตามองไปที่ปู้ฟางเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ
“ไม่” หัวใจของปู้ฟ