ัวของทั้งสามเองก็ยังกลัวตัวเองตอนอาละวาดเลย!
ในอึดใจถัดมา ภาพที่เกิดขึ้นในร้านก็ทำให้นางถึงกับไปต่อไม่ถูก
นางเห็นหุ่นเชิดสีขาวพุงโตน่ารักโยนพี่ชายทั้งสามของตนออกไปทีละคนด้วยการตบเรียงตัวเพียงครั้งเดียว ในเสี้ยวเวลาที่โยนทั้งสามออกไปนั้น พวกเขาก็โดนลอกคราบเสียล่อนจ้อน เหลือเพียงผ้าเตี่ยวคนละผืนไว้ดูต่างหน้า
“ว้าย!” โอวหยางเสี่ยวอี้ร้องกรี๊ด รีบเอามือปิดตา “บัดสี! บัดสีเหลือเกิน! ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าเจ้าขาวจะทะลึ่งถึงเพียงนี้!”
เด็กหญิงตกใจเป็นอันมาก แต่พี่ชายทั้งสามของนางตกใจยิ่งกว่า พวกเขาตัวสั่นหงึก รับรู้ได้ถึงลมหนาวที่กรีดแทงผิวกาย ดวงตามองหุ่นเชิดเหล็กด้วยความหวาดกลัว
“สวรรค์โปรด! พี่ใหญ่ ไอ้หุ่นเชิดนี่น่ากลัวเสียจริง! มันจับพวกเราแก้ผ้าก่อนจะทันรู้สึกตัวเสียอีก!” โอวหยางตี้ตกใจเป็นอันมาก รู้สึกเหมือนกำลังต่อกรกับปู่ของตนเองอยู่
ปู่ของทั้งสามคือแม่ทัพเฒ่าโอวหยางฉี เป็นผู้ฝึกตนระดับหกขั้นจักรพรรดิยุทธการ! หุ่นเชิดโลหะจากร้านเล็กเท่ารูหนูนี้จะมีปราณระดับสูงถึงเพียงนั้นได้อย่างไรกัน
“ไอ้ชิงหมาเกิดเอ๊ย! มีสิ่งน่ากลัวถึงเพียงนี้อยู่ในนครหลวงตั้งแต่เมื่อใดกัน!” โอวหยางเจินอดไม่ได้ที่จะสบถหยาบคายออกมาเสียงดัง
สุนัขสีดำตัวใหญ่ที่นอนอยู่หน้าร้านลืมตาผางทันที สายตาคมกริบของมันจับจ้องไปที่ชายหนุ่มเจ้าของคำสบถ
“ชิงหมาเกิดรึ ไอ้โง่นี่มีปัญหากับเผ่าพันธุ์สุนัขหรืออย่างไร”
ใบหน้าของโอวหยางเจ