ดียวแล้ว
“นั่นคือไอ้สามคนนี้ต่อมรับรสพัง”
ในฐานะพ่อครัว ปู้ฟางมั่นใจในรสชาติอาหารของตน แม้ปฏิกิริยาของสามพี่น้องจะทำให้เขาประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาสงสัยในความสามารถของตนเองแต่อย่างใด
ปู้ฟางนำปลาดองเหล้าออกจากซึ้ง กลิ่นสุราหอมเข้มพลันพุ่งออกจากครัวเข้าห้อมล้อมทั้งร้านทันที
สามพี่น้องตระกูลโอวหยางที่กำลังดื่มด่ำกับชัยชนะพลันตัวแข็งทื่อ ราวกับว่าวิญญาณถูกกระชากออกจากร่างอย่างไรอย่างนั้น
“พ… พี่ใหญ่! กลิ่นสุรา… หอมฟุ้งนี่มัน!” โอวหยางตี้รู้สึกได้ว่าปากของตนเริ่มแห้งผาก ดวงตาเบิกโตเหมือนไข่ห่าน ทันทีที่กลิ่นสุราพุ่งออกจากห้องครัว จิตใจของเขาก็พลันถูกครอบงำ
โอวหยางอู๋และโอวหยางเจินเองก็เช่นกัน พวกเขารู้สึกกระสับกระส่ายอยากสุราราวกับมีมดมาไต่อยู่ในกางเกงชั้นใน
“นี่มันกลิ่นสุราชั้นยอดแน่นอน! มีเพียง ‘สุราเพลิงชัชวาลหอมชั้นเยี่ยม’ ของวังหลวงเท่านั้นที่สูสีกับกลิ่นนี้! ร้านนี้มีสุราชั้นเลิศถึงเพียงนี้เชียวรึ” โอวหยางเจินกลืนน้ำลายเอื๊อกพร้อมพูดอย่างอดรนทนไม่ไหว
ทั้งสามจ้องไปที่ทางเข้าครัว ในตอนนั้นเองร่างผอมก็เดินออกมา
ปู้ฟางมีสีหน้าจริงจังขณะค่อยๆ เดินถือจานปลาดองเหล้าออกมา
ทว่าดวงตาทั้งสามคู่ที่จับจองมาทางเขาเหมือนสัตว์ร้ายมองเหยื่อก็ทำให้ชายหนุ่มตกใจ “อาเพศอะไรกันนี่!”
“นี่ปลาดองเหล้าที่สั่ง กินให้อร่อย” ปู้ฟางมองทั้งสามจากนั้นก็วางจานปลาลงบนโต๊ะ พร้อมพูดเสียงขรึม
“มันคือปลาดองเหล้า!