ตกต่างจากปุถุชนคนธรรมดาเสมอ แน่นอนว่าวิธีการมองโลกของคนสองกลุ่มนี้ก็แตกต่างกันเช่นกัน
ความเงียบสงบไม่ได้อยู่นาน เมื่อร่างสองสามร่างก้าวเท้าเข้าร้านของปู้ฟางมา ชายหนุ่มกำลังนอนขดอยู่บนเก้าอี้ สายตาเหลือบไปเห็นกลุ่มชายน้ำหนักเกินที่เพิ่งเยื้องย่างเข้ามาถึง
ชายอ้วนเหล่านี้ล้วนใส่เสื้อผ้าแพรไหมหน้าตาหรูหรา นิ้วหยาบกร้านพรั่งพร้อมด้วยแหวนทองมากมาย สร้อยคอที่พวกเขาสวมประดับด้วยจี้หยก ส่วนเข็มขัดก็ฝังมรกตส่องประกาย
“ดูก็รู้ว่าเป็นพวกเศรษฐีใหม่” ปู้ฟางคิดกับตนเอง
“เถ้าแก่! ข้าได้ยินมาว่าอาหารที่ร้านเจ้านั้นแพงเหลือใจ แพงแสนแพงเสียยิ่งกว่าร้านปักษาเพลิงนิรันดร์อีก! แน่นอนว่าพวกเราเชื่อว่าอะไรที่ยิ่งแพงก็ยิ่งดี หากอาหารของเจ้าอร่อยเลิศรสจริง เท่าไหร่พวกข้าก็ยอมจ่าย” ผู้นำของกลุ่มพูดเสียงดัง เขามีรูปร่างอ้วนท้วน ใส่ชุดและเครื่องประดับหรูหรา
กลุ่มชายอ้วนเหล่านี้พากันเข้ามาอัดอยู่ในร้านเล็กๆ ทำให้พื้นที่ในร้านดูแคบไปถนัดตา ปู้ฟางลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าไร้อารมณ์แล้วเอ่ยถาม “จะสั่งอะไรกินกันรึ”
ผู้นำกลุ่มมองไปที่รายการอาหารพร้อมหรี่ตา แม้แต่กลุ่มชายจ้ำม่ำนี้ยังต้องสูดหายใจเอาลมเย็นเข้าปอด เมื่อเห็นราคาข้าวผัดไข่หนึ่งชาม
“เยี่ยมเลย ร้านของเถ้าแก่นี่ยอดเยี่ยมเหมือนที่คิดไว้ทีเดียวเชียว! ข้าขอข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุงหนึ่งชาม!” ชายอ้วนคนหนึ่งพูด
“ข้าขอย้ำอีกรอบนะ ว่าคนที่จะกินข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุงได้ต้อง