ันอยู่ตรงไหน”
ฟางจิ่งเทียนมองดูใบหน้าของจิ๋งจิ่วพลางกล่าวว่า “ก่อนที่จะออกมาจากเมืองเจาเกอ เจ้าอยู่ที่ไหน? เจ้าเรียนอยู่ที่ไหน? ฝึกบำเพ็ญพรตอยู่ที่ไหน? เหตุใดถึงไม่เคยมีใครพบเจอบุตรชายคนที่สองของตระกูลจิ๋งมาก่อน? คนที่เคยเห็นใบหน้าเจ้านี้ไม่มีทางลืมอย่างแน่นอน เหตุใดถึงไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน?”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้ เขาก็มองไปทางหยวนฉีจิงแล้วกล่าวว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ คิดอยากจะปิดบังเรื่องทั้งหมดนี้ มันเหนื่อยหรือเปล่า?”
หยวนฉีจิงไม่ได้กล่าวกระไร ฉือเยี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “เรื่องสืบตัวตนของเขาข้าเป็นคนจัดการเอง ข้ามั่นใจเป็นอย่างมากว่าในตอนนั้นตระกูลจิ๋งให้กำเนิด….”
ไม่ทันรอให้ฉือเยี่ยนกล่าวจบ ฟางจิ่งเทียนก็กล่าวด้วยสีหน้าเฉยชาว่า “เด็กคนนั้นเกิดมาก็ถูกคนเอาตัวไปแล้ว เจ้าอยากจะให้หาเขาออกมาจริงๆ อย่างนั้นหรือ?”
หยวนฉีจิงพลันกล่าวขึ้นมาว่า “ในเมื่อเป็นคนธรรมดา ใช้ชีวิตธรรมดา ไยต้องไปรบกวน?”
มุมปากของฟางจิ่งเทียนยกขึ้นมา เผยให้เห็นรอยยิ้มเล็กน้อยที่ยากจะมองตามได้ทัน ก่อนจะกล่าวว่า “ในที่สุดท่านก็ยอมรับแล้ว”
หยวนฉีจิงนิ่งเงียบไม่กล่าวอะไร
“เดิมเรื่องนี้มันก็ไม่มีทางปิดบังคนทั้งใต้หล้าได้