ล่าวกับฮ่องเต้ว่า “คนรู้จักพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้มิได้หมุนตัวกลับมา แล้วก็มิได้กล่าวกระไร
หากเสี่ยวเหอมิใช่ปีศาจจิ้งจอก และหากมิเป็นเพราะฮ่องเต้มีความรู้สึกที่ดีกับนางหน่อย เกรงว่าตานปีศาจของนางคงจะถูกทำลายจนแหลกละเอียดไปแล้ว
เสี่ยวเหอรู้ว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นจริงๆ จึงไม่กล้ารั้งอยู่ในห้องฌานอีก นางกล่าวอะไรกับหลิ่วสือซุ่ยเบาๆ สองสามประโยค ก่อนจะถอยออกไปยืนรออยู่ในป่าเจดีย์
รออยู่ที่นี่ยังไงก็ดีกว่าไปรออยู่นอกวัด อยู่ที่นี่ได้อยู่ใกล้กับหลิ่วสือซุ่ยหน่อย แล้วก็ยังได้มองเห็นเขา แค่นี้ก็พอแล้ว
อีกด้านหนึ่ง เจ้าล่าเยวี่ยฟังคำอธิบายของถงเหยียนจนจบ สองคิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย พลางกล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉยว่า “จิ๋งจิ่วไม่รับแขก”
คิ้วของนางเข้มมาก เหมือนใช้หมึกดำวาดขึ้นมา พอเลิกคิ้วขึ้นมาก็ดูคล้ายกระบี่ คำพูดเองก็คมอย่างมากเช่นกัน มิใช่ว่าไม่สะดวกรับแขก หากแต่ไม่รับแขก
ถงเหยียนไม่ชอบคิ้วของนาง แล้วก็ไม่ชอบน้ำเสียงของนาง แต่ในเมื่อตนเป็นคนมาขอร้อง เช่นนั้นก็มิอาจแสดงอาการไม่พอใจได้ เขากล่าวว่า “เมื่อห้าวันก่อนข้าออกมาจากเขาอวิ๋นเมิ่ง เดินทางทั้งวันทั้งคืนลงใต้เพื่อไปชิงซาน ระหว่างทางถึงได้รู้ว่าเขาอ