“กระบี่สองเล่มนี้เป็นกระบี่ที่ข้าทิ้งเอาไว้ให้เขาเมื่อครั้งนั้น พวกมันย่อมต้องจำข้าได้”
ในเวลานี้หลิ่วสือซุ่ยถึงได้มองเห็นหน้าเขาชัดเจน จึงตกใจเป็นอย่างมาก กล่าวตะโกนว่า “ผู้อาวุโส! ทำไมถึงเป็นท่าน?”
สายตาเจ้าล่าเยวี่ยเย็นยะเยือกเล็กน้อย กล่าวถามว่า “เจ้ารู้จักเขา?”
หลิ่วสือซุ่ยรู้สึกสับสน กล่าวว่า “ใช่”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “ไม่ต้องสนใจเรื่องพวกนั้น ฆ่าก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
หลิ่วสือซุ่ยมองดูรอยเลือดบนร่างกายนาง กล่าวถามว่า “เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูอินซาน คอยระวังไม่ให้เขาหนีไป พลางกล่าวว่า “เขาจะฆ่าจิ๋งจิ่ว”
หลิ่วสือซุ่ยรู้ว่าวัดกั่วเฉิงเกิดเรื่อง เพียงแต่ความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้งในตัวจิ๋งจิ่วทำให้เขาเชื่อฟังที่จิ๋งจิ่วสั่ง จึงมิได้เข้าไปในวัด เมื่อได้ยินเจ้าล่าเยวี่ยกล่าวเช่นนี้ เขาจึงรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา กล่าวถามว่า “คุณชายไม่เป็นไรใช่ไหม?”
เจ้าล่าเยวี่ยมิได้กล่าวกระไร
หลิ่วสือซุ่ยนิ่งเงียบไปครู่ มองไปทางอินซานแล้วกล่าวถามว่า “ผู้อาวุโส ท่านเป็นใครกันแน่?”
……
……
การไล่สังหารเริ่มขึ้นอีกครั้ง
เพียงแต่ครั้งนี้กลายเป็นเจ้าล่าเยวี่ยกับหลิ่วสือซุ่ยไล่สังหารอินซาน
แน่นอนว่าก่อนหน้านั้นยังมีบทสน