เลด้านนอกเมืองไห่โจวเมื่อในอดีต ตอนที่ไหล่ซ้ายของนางถูกกระบี่ของจิ๋งจิ่วแทงทะลุ
……
……
ในสวนด้านหลังของวัดส่วนหน้าของวัดกั่วเฉิง ภายนอกยังมีที่นาขนาดใหญ่ ริมทางมีเพิงตั้งเรียงรายไม่ขาดสาย
วัดส่วนหน้าสามารถจุดธูป ไหว้พระ ทำพิธีกรรมต่างๆ ได้ ส่วนสวนด้านหลังเป็นที่พักผ่อนบำเพ็ญเพียรของเหล่าสมณะ
ป่าเจดีย์เงียบสงัด อีกทั้งยังอยู่ค่อนข้างห่างไกล เนื่องเพราะสีของเจดีย์ที่บรรจุกระดูกส่วนใหญ่เป็นสีขาวหม่น ดังนั้นตำหนักฌานที่อยู่ใกล้ป่าเจดีย์แห่งนี้มากที่สุดจึงมีชื่อว่าไป๋ซาน[1]
อินซานนั่งอยู่บนบันไดหินของตำหนักฌานไป๋ซาน มองดูเจดีย์หินเหล่านั้น นิ่งเงียบอยู่เป็นเวลานาน
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินเดินเช็ดปากกลับมาจากด้านนอก เมื่อเห็นภาพนี้จึงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
อินซานมักจะนั่งอาบแดดอยู่บนบันไดหิน แต่วันนี้ไม่มีแดด
ยิ่งไปกว่านั้นด้วยสภาวะของปรมาจารย์สำนักเสวียนอิน เขาย่อมต้องมองออกว่าวันนี้อารมณ์ของอินซานดูแปลกไป
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินถามอย่างระมัดระวัง “นักพรต มีเรื่องอะไรหรือ?”
เสียงอินซานแหบพร่าเล็กน้อย “ข้าไม่รู้เลยว่าจิ๋งจิ่วมาอยู่ในวัดกั่วเฉิง”
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินคาดเดามาโดยตลอดว่าใครกันแน่ที่เป็น