“คนที่ถูกเรียกชื่อไม่มีความผิด คนที่เหลือมีความผิดที่ไม่อาจให้อภัยได้…”
เขายังไม่ทันพูดจบก็ถูกขัดจังหวะ
ภายในท้องพระโรงแตกตื่นวุ่นวาย เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่มองไปทางจิ๋งจิ่วที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ในสายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกตกตะลึง ในใจครุ่นคิดว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนจริงๆ อย่างนั้นหรือ?
ฝ่าบาทพระองค์ทรงไม่มีอะไรเลย ไม่มีขุนนาง ไม่มีกองทัพ ไม่มีองครักษ์ กระทั่งขันทีก็มีเพียงเด็กน้อยที่ยังไม่ประสีประสาผู้นี้เพียงคนเดียว แล้วพระองค์คิดจะกำจัดขุนนางของทั้งแคว้นฉู่อย่างนั้นหรือ? ทรงไปเอาความคิดที่บ้าคลั่งเช่นนี้มาจากไหน? หรือฝ่าบาทจะทรงเป็นเหมือนอย่างที่เล่าลือกันจริงๆ มิใช่คนปัญญาอ่อนก็เป็นคนบ้า?
“หรือฝ่าบาททรงคิดจากตัดสินใต้หล้าด้วยลัญจกรเพียงอันเดียว?
มหาบัณฑิตเฉินหัวเราะขึ้นมา มองดูจิ๋งจิ่วที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ บนใบหน้าเต็มไปด้วยสีหน้าสมเพช “เมืองหลวง จังหวัดต่างๆ ขุนนาง นายพล บัณฑิต ประชาชน ล้วนแต่เป็นคนที่มีสติสัมปชัญญะ ใครจะฟังพระองค์พ่ะย่ะค่ะ? ต่อให้พระองค์ทรงโน้มน้าวองครักษ์บางส่วนได้ หรือกระทั่งตัวพระองค์เอง….”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาหยุดชะงักไปเล็กน้อย มิได้พูดสิ่งที่ตนเองคาดเดาเอาไว้ออกมาจนหมด สีความรู้สึกเย้ยหยันบนใบหน้ายิ่งดูรุนแรงขึ้น
แม่ทัพคนหนึ่งแค่นหัวเราะออกมาพลางกล่าวว่า “ต่อให้พระองค์ทรงสามารถขังพวกกระหม่อมเอาไว้ในวังเพียงได้เพียงครู่ แล้วมันจะมีประโยชน์อันใดพะยะค่ะ?”
ถูก