างนั้นล่ะ?” จัวหรูซุ่ยดึงหนังตาลงพลางกล่าว “รายชื่อเจ้าก็เป็นคนเขียนเอง ถ้าผิดพลาดก็เป็นความผิดพลาดของเจ้า”
คุณชายใหญ่ร้อนใจขึ้นมา พลางกล่าวว่า “ข้าหมายถึงเรื่องรายชื่ออย่างเหรอ? ข้าหมายถึงเรื่องที่ฝ่าบาทยังทรงอยู่ในท้องพระโรงต่างหากล่ะ!”
ภายในท้องพระโรงพลันมีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นมา จากนั้นก็เป็นเสียงเนื้อหนังถูกของมีคมเชือดเฉือนดังขึ้นไม่หยุด
คุณชายใหญ่มองไม่เห็นภาพในท้องพระโรง จึงได้แต่คาดเดา เขาตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก เริ่มรู้สึกอยากจะอาเจียน เพียงแต่เขามิได้กินอะไรมา อาเจียนอย่างไรก็อาเจียนไม่ออก
ในเวลานี้เอง ประตูท้องพระโรงพลันมีเสียงทึบๆ ดังขึ้นมา จากนั้นก็เป็นเสียงร้องขอความช่วยเหลือ น่าจะเป็นเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่กำลังพุ่งชนประตูด้วยคิดอยากจะหนีออกมา
คุณชายใหญ่ไม่สนใจความรู้สึกพะอืดพะอม รีบใช้หัวไหล่ดันประตูท้องพระโรงเอาไว้ สีหน้าหวาดกลัว เหงื่อท่วมร่างกาย
เมื่อเห็นสภาพที่ทุลักทุเลของเขา จัวหรูซุ่ยรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก กล่าวว่า “ไม่เลว ในเวลาแบบนี้ก็ควรจะทำประโยชน์บ้าง เมื่อก่อนเจ้าเคยวางแผนลอบสังหาร พ่อของเจ้ากลัวว่าเจ้าจะถูกฮ่องเต้ฆ่าตาย ถึงได้ส่งเจ้าไปหลบอยู่ทางใต้ ฮ่องเต้ของพวกเจ้าคนนั้นเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย ในเวลาแบบนี้หากไม่ทำความดีความชอบเสียหน่อย เกิดเขาคิดถึงเรื่องในอดีตขึ้นมา เผลอๆ
อาจจะฆ่าเจ้าก็เป็นได้”
ในช่วงเวลาที่ตึงเครียดเช่นนี้ คุณชายใหญ่ไหนเลยจะฟังรู้เรื