่องว่าอีกฝ่ายพูดอะไรบ้าง เขาทำได้เพียงแค่ดันประตูเอาไว้อย่างสุดชีวิต
โลหิตสายหนึ่งกระเด็นมาถูกประตูท้องพระโรง ทำเอาเขาตกใจจนตัวสั่นขึ้นมา ก่อนจะตะโกนออกมาอย่างคลุ้มคลั่งว่า “เจ้ายังไม่เข้าไปช่วยอีกหรือ?”
เขาคิดว่าในเมื่อคนชุดดำคือนักฆ่าที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลก ต่อให้ไม่อาจช่วยฝ่าบาทสังหารขุนนางชั่วเหล่านี้ได้ อย่างน้อยก็น่าจะสามารถช่วยฝ่าบาทออกมาได้
จัวหรูซุ่ยกล่าวอย่างแปลกใจว่า “เขายังจำเป็นต้องให้พวกเราเป็นห่วงอีกหรือ?”
คุณชายใหญ่เข้าใจความหมายของเขาผิด สายตาเปลี่ยนเป็นตื่นเต้นขึ้นมา กล่าวว่า “ในท้องพระโรงมีองครักษ์อยู่กี่คน? หรือว่าเจ้าเชิญยอดฝีมือมาหลายคน?”
“มีเขาแค่คนเดียวนั่นแหละ” จัวหรูซุ่ยมิได้สนใจว่าคำพูดประโยคนี้จะทำให้ใบหน้าของคุณชายใหญ่แปรเปลี่ยนเป็นขาวซีด เขาโบกมือเพื่อบอกให้ขันทีสองสามคนที่อยู่ไม่ไกลเดินเข้ามา พลางกล่าวว่า “พวกเจ้าไปเตรียมน้ำสะอาดเอาไว้ จำไว้ เตรียมไว้เยอะๆ ไม่อย่างนั้นพอเลือดแข็งตัวแล้วมันจะล้างยาก”
ความจริงไม่ว่าจะเป็นเขาหรือว่าคุณชายใหญ่ก็ล้วนแต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดขันทีวัยกลางคนสองสามคนนี้ถึงได้ใจกล้าถึงเพียงนี้ ในเวลาแบบนี้ยังจะกล้าอยู่ที่นี่อีก
ขันทีสองสามคนนั้นยิ้มพลางกล่าวว่า “ท่านทั้งสองโปรดวางใจ เรื่องแบบนี้พวกเราเคยทำมาหลายครั้งแล้ว”
……
……
ผ่านไปไม่นาน เสียงภายในท้องพระโรงก็เงียบหายไป เงียบสงัดจนรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน
คุณชายใหญ่ตระกูลจางมองไปด้า