กอีกไหม?”
……
……
“วันนี้ดูเหมือนจะไม่สะดวกแล้ว”
จิ๋งจิ่วถือกระบี่เดินมาตรงหน้าไป๋เจ่า
ผ้าชิ้นนั้นถูกเขาโยนลงพื้น ก่อนหน้านี้มันถูกเพลิงกระบี่เผาจนขาด ไม่สามารถใช้ได้อีก
ไป๋เจ่าพยักหน้า จากนั้นหยิบเอาผ้าขาวผืนหนึ่งออกมาเหมือนนักแสดงกายกรรม
จิ๋งจิ่วรับเอาผ้าขาวผืนนั้นมา พบว่าทอขึ้นมาจากไหมฟ้า จึงพยักหน้าขอบคุณ จากนั้นเอาผ้าพันกระบี่เหล็กแล้วสะพายไว้ด้านหลัง
เหอจานถามอย่างไม่เข้าใจ “ตอนนี้ทุกคนต่างรู้แล้วว่าเจ้าบรรลุไปถึงขั้นคเนจร เหตุใดถึงยังต้องสะพายกระบี่เอาไว้อีก?”
จริงอยู่ที่ตอนนี้จิ๋งจิ่วสามารถเก็บกระบี่เข้าไปในร่างกาย แต่นั่นมิใช่การเก็บเข้าไปในร่างกายจริงๆ
ก็เหมือนกับตอนนี้ที่เขาเป็นผู้บำเพ็ญพรตขั้นคเนจรระดับกลางที่มีอายุน้อยที่สุดอย่างไร้ข้อโต้แย้ง แต่นั่นมิใช่สภาวะขั้นคเนจรที่แท้จริง
พูดอีกอย่างก็คือกระบี่เหล็กของเขายังไม่สามารถรวมเป็นหนึ่งกับโอสถกระบี่ได้ เพราะวิถีการบำเพ็ญเพียรวิถีใหม่ของเขาไม่จำเป็นต้องใช้กระบี่เหล็กมาหล่อเลี้ยงจนเกิดเป็นผีกระบี่
การเอากระบี่เหล็กไปเก็บไว้ในที่ที่ไกลแสนไกล ทุกครั้งที่จะใช้ต้องหยิบเอาออกมาใหม่ รู้สึกค่อนข้างยุ่งยาก
ถึงแม้ทุกครั้งที่เขาหยิบเอาเก้าอี้ไม้ไผ่ออกมาจะไม่เคยคิดถึงปัญหานี้มาก่อนก็ตาม
ถ้าจะอธิบายเรื่องนี้มันก็ยุ่งยากอย่างมากเช่นกัน ดังนั้นจิ๋งจิ่วจึงไม่ได้อธิบาย
จัวหรูซุ่ยไม่รู้ว่าไปนั่งอยู่บนตอไม้ที่หักโค่นต้นนั้นตั้งแต่เมื่อไร เขา