กล่าวถามว่า “ท่านใช้เพลงกระบี่อะไรกันแน่? ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน ในหนังสือก็ไม่มีเขียนไว้”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เพลงกระบี่ที่เจ้าไม่เคยเห็นยังมีอีกมาก ต่อไปก็อย่าเอาแต่นอนอยู่ในถ้ำ ออกมาเดินดูอะไรข้างนอกบ้าง มีประโยชน์ต่อเจ้า”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้ เขาก็หมุนตัวเดินออกนอกหุบเขาไป
ทุกคนมองดูแผ่นหลังของเขา รู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก
หลายคนกำลังอุทานตกใจ
หลังจากเจ้าล่าเยวี่ยปรากฏตัวขึ้นมาบนโลกก็ไร้ซึ่งคู่ต่อสู้ ไม่ง่ายเลยกว่าที่จัวหรูซุ่ยจะเอาชนะไปได้ แต่ผลสุดท้ายผ่านไปแค่ไม่กี่วันก็ถูกจิ๋งจิ่วเอาชนะกลับมาได้
สมแล้วที่ยอดเขาเสินม่อซึ่งเป็นที่พักของนักพรตจิ่งหยางนั้นเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งโลกบำเพ็ญพรต คนที่ออกมาล้วนแต่เป็นสัตว์ประหลาดอย่างแท้จริง
เมื่อเห็นจิ๋งจิ่วบรรลุสภาวะขั้นคเนจร เรียกได้ว่าบรรลุเข้าไปสู่ระดับกลางแล้ว คนที่ดีใจที่สุดย่อมต้องเป็นไป๋เจ่า หรือพูดอีกอย่างก็คือรู้สึกชื่นชม
การบำเพ็ญเพียรของจิ๋งจิ่วไม่ได้หยุดลงจากการที่ถูกขังอยู่ในที่ราบหิมะเป็นเวลาหกปี ความรู้สึกผิดของนางลดลงไปมาก
ท่าทีของเซ่อเซ่อยังคงเหมือนเมื่อก่อน นางมองดูจัวหรูซุ่ยที่คล้ายกำลังครุ่นคิดอะไร ก่อนจะมุ่ยปากพูดว่า “ตัวเขาขี้เกียจขนาดนั้น ยังมีหน้ามาว่าคนอื่นอีกหรือ?”
เหอจานคิดถึงงานชุมนุมเหมยฮุ่ยในครั้งนั้น รู้สึกทอดถอนใจ
“ตอนนั้นเห็นเจ้ากับจิ๋งจิ่วเล่นหมากล้อมกัน ข้าก็มิได้เล่นหมากล้อมอีก วันนี้เห็นพวกเขาประลอ