คล้ายหุ่นเชิดที่พยายามเลียนแบบมนุษย์
เท้าขวางอขึ้น ใต้เท้าเหยียบไปบนหาดทราย เขาหมุนตัวช้าๆ ฝ่ามือวางลงบนพื้น ยันร่างกายตัวเอง จากนั้นค่อยๆ ดันขึ้น
การเคลื่อนไหวของเขาเชื่องช้าเป็นอย่างมาก ดูเหมือนเป็นภาพที่ถูกทำให้ช้าลงกว่าเดิมหลายสิบเท่า
กั้วตงกล่าวว่า “เจ้าเหมือนกิ้งก่าเปลี่ยนสีเลย”
จิ๋งจิ่วมิได้สนใจนาง เขายังคงมีสมาธิอยู่กับการเคลื่อนไหวของตนเอง จนสุดท้ายเปลี่ยนเป็นท่านั่ง
การเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนง่ายดายนี้ทำให้สีหน้าของเขายิ่งดูขาวซีด คิ้วขมวดขึ้นมาเล็กน้อย
การที่ทำให้สีหน้าของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ นั่นจะต้องเป็นความเจ็บปวดอย่างมากแน่นอน
เมื่อวานในตอนที่เย็บบาดแผล เขาใช้วิชาฌานของวัดกั่วเฉิงปิดการรับรู้ทั้งหกของตัวเอง
ในอดีตตอนที่เขาเพิ่งจะบรรลุสภาวะขั้นสมความนึกคิดบนยอดเขาเสินม่อแล้วเจอกับเสียงฟ้าคำราม เขาก็ใช้วิธีนี้ก็ทำให้ตัวเองไม่สลบไปเพราะเสียงฟ้าร้อง
แต่การปิดการรับรู้ทั้งหกจะทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงอีกครั้งต่อการฟื้นฟูอวัยวะภายในกล้ามเนื้อไปจนถึงเส้นลมปราณ
หากจิ๋งจิ่วอยากจะฟื้นฟูร่างกายให้เร็วที่สุด เขาก็ได้แต่ต้องละทิ้งการปิดการรับรู้ และใช้จิตอันมุ่งมั่นอดทนต่อความเจ็บปวด
โชคดีที่ความมุ่งมั่นคือสิ่งที่เขาไม่เคยขาดแคลน
เขาสูดเอาลมทะเลที่มีกลิ่นเค็มเล็กน้อยเข้าไปคำหนึ่ง ก่อนจะมั่นใจว่ารอยเย็บในอวัยวะภายในไม่มีการปริแตก สีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย ฝ่ามือวางลงบนศีรษะของกั้ว