จะถามให้ละเอียดอีกสักเล็กน้อย แต่สมณะตู้ไห่ได้บอกให้วัดไท่ฉางเริ่มทำการสืบคดีก่อนหน้านี้
วัดไท่ฉางถูกทำลายจนกลายเป็นเศษซากในเหตุการณ์ความวุ่นวายของคุกสะกดมาร โชคดีที่ข้อมูลคดีเหล่านั้นไม่ได้เขียนอยู่บนกระดาษ จึงยังเก็บเอาไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
นั่นคือของวิเศษที่ดูเหมือนหยกก้อนหนึ่ง นักโทษทุกคนที่ถูกส่งเข้าไปในคุกสะกดมันจะต้องผ่านการตรวจสอบจากกรมชิงเทียน บันทึกรายชื่อที่ทำการส่งมอบของทั้งสองฝ่ายจะถูกเก็บเอาไว้ในนั้น
ทางด้านกรมชิงเทียนเองก็ส่งเอกสารจำนวนมากมาให้ทำการเปรียบเทียบ
เจ้าหน้าที่และตัวแทนจากสำนักต่างๆ มองดูตัวหนังสือที่อยู่บนฉากลำแสงที่กำลังเลื่อนไหลลงไปด้านล่าง สีหน้าดูตั้งใจเป็นอย่างมาก
การจะสืบหาคนที่หนีออกไปจากคุกสะกดมารผู้นั้น ย่อมต้องต้องทำการสืบจากข้างหลังไปข้างหน้า
ผ่านไปไม่นาน หลายคนก็พบว่ามีข้อมูลข้อมูลหนึ่งเหมือนจะมีปัญหา
วัดไท่ฉางที่เงียบสงัดพลันมีเสียงหลายเสียงดังขึ้นมา
ไม่ใช่เสียงซุบซิบพูดคุยกัน หากแต่เป็นเสียงเสียดสีของขาเก้าอี้กับพื้นในตอนที่ทำการเลื่อนเก้าอี้ แล้วก็เป็นเสียงถ้วยชากระแทกกับโต๊ะในตอนที่วางถ้วยชา
นักโทษผู้นั้นมีชื่อว่าซ่งซิ่น จากบันทึกรายชื่อที่ส่งมอบมา เขาน่าจะเป็นมันสมองอยู่ในด้านใดด้านหนึ่งให้แก่ปู้เหล่าหลิน แต่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคนผู้นี้มีปัญหาอย่างเห็นได้ชัด
สมณะตู้ไห่เรียกเจ้าหน้าที่ของกรมชิงเทียนเข้ามา จากนั้นเริ่มสอบถามกรมชิงเทียนเก