ี่ยวกับรายละเอียดในตอนที่จับกุมคนผู้นี้
เจ้าหน้าที่ของกรมชิงเทียนดูตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เขาไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เลย เขารู้เพียงแต่ว่านักโทษคนนี้ถูกส่งเข้ามาที่กรมชิงเทียน โดยมีเจ้ากรมชิงเทียนเป็นผู้ทำการสืบสวนด้วยตนเอง
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ วัดไท่ฉางที่เมื่อครู่ยังดูคึกคักพลันเงียบลงอีกครั้ง
ในเวลานี้บันทึกที่วัดไท่ฉางเอามาจากหุ่นเชิดเสวียนจินก็ถูกส่งเข้ามา ลู่กั๋วกงพลิกเปิดไปยังหน้าที่เกี่ยวข้อง คิ้วขมวดเล็กน้อย
เหอกั๋วกงกล่าวถามว่า “มีปัญหาหรือ?”
“ประตูห้องขังของนักโทษที่ชื่อซ่งซิ่นผู้นี้เคยเปิดออก”
ลู๋กั๋วกงเอาผลึกใจกลางของหุ่นเชิดส่งให้สมณะตู้ไห่
สมณะตู้ไห่ใช้จิตจำแนกรับรู้ สีหน้าค่อยๆ ตึงเครียดขึ้นมา กล่าวว่า “เชิญเจ้ากรมจางเข้ามา”
ภายในที่ประชุมยิ่งเงียบขึ้นกว่าเดิม ไม่มีใครเข้าไปในคุกสะกดมารได้ นอกจากหุ่นเชิดแล้วยังจะมีใครเปิดประตูห้องขังได้อีก?
มีคนสังเกตเห็นว่านับตั้งแต่ที่เริ่มสืบนักโทษที่ชื่อซ่งซิ่นผู้นั้น ผู้อาวุโสเยวี่ยเชียนเหมินก็เงียบไปทันที มิได้มีท่าทีแข็งกร้าวเหมือนอย่างในตอนแรกอีก
ผ่านไปไม่นาน จางอี๋อ้ายที่กำลังรับผิดชอบจัดแจงสำนักต่างๆ ในการทำการซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนอยู่ภายในเมืองเจาเกอก็ถูกเชิญมายังวัดไท่ฉาง
เมื่อได้ยินคำถามของสมณะตู้ไห่ จางอี๋อ้ายก็เงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “นักโทษที่ชื่อซ่งซิ่นผู้นั้นข้าพอจะจำได้อยู่ เขาเป็นคนของปู้เหล่าหลินจ