ี่เหลือก็มิได้ด้อยไปกว่าเขาเลย
เมืองเจาเกอในวันนี้ได้รวบรวมยอดคนที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์เอาไว้
เมื่อเทียบกันแล้ว เหตุการณ์ตอนที่ทำลายลานเมฆนั้นมิอาจเทียบได้เลย
ภาพเหตุการณ์ที่คล้ายๆ กันที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดก็คือตอนที่นักพรตจิ่งหยางบรรลุกลายเป็นเซียน
พลังที่แข็งแกร่งอย่างมากสี่สายยึดกุมร่างกายของจักรพรรดิแห่งหมิงเอาไว้พร้อมกัน ขอเพียงโจมตี จักรพรรดิแห่งหมิงจะต้องตายแน่นอน
แต่ไม่ว่าจะเป็นสองสามีภรรยาเจ้าสำนักจงโจว หรือว่าหลิ่วฉือและฮ่องเต้ก็ล้วนแต่ไม่ได้ลงมือ เพราะพวกเขามองออกว่าดวงจิตของชางหลงได้ถูกจักรพรรดิแห่งหมิงผนึกอยู่ในร่างกาย หรือพูดอีกอย่างก็คือ นี่เดิมทีเป็นร่างที่ก่อเป็นรูปขึ้นมาจากดวงจิตของชางหลง เพียงแต่ตอนนี้ได้ถูกจักรพรรดิแห่งหมิงยึดครองเอาไว้
หากในเวลานี้พวกเขาลงมือสังหาร จักรพรรดิแห่งหมิงจะต้องตายอย่างแน่นอน ชางหลงเองก็ไม่รอดเช่นกัน
ในท้องฟ้าเหนือเมืองเจาเกอมีลมเย็นสบายสายหนึ่งปรากฏขึ้นมา พัดพาลมหายใจอันชั่วร้ายของชางหลงให้สลายหายไปจนหมด
เจตน์กระบี่ที่บริสุทธิ์อย่างมากสายหนึ่งปรากฏขึ้น หลิ่วฉือมาอยู่ตรงหน้าชางหลง
แขนเสื้อพริ้วไหวแผ่วเบา เขากล่าวเสียงเบาๆว่า “หรือฝ่าบาททรงไม่คิดจะเคารพข้อตกลงในอดีตแล้ว?”
สำนักจงโจวและสำนักชิงซานคือสองผู้นำใหญ่แห่งโลกบำเพ็ญพรตอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง
นักพรตเจ้าสำนักทั้งสองคนย่อมต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดบนแผ่นดินเฉาเทียน
เม