ลัง นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
ในช่วงเวลาที่มิได้ยาวนานเท่าไรนี้ จิ๋งจิ่วได้ทำการทบทวนตัวเองเล็กน้อย
สำหรับเขาแล้ว การทบทวนตัวเองเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นให้เห็นน้อยมาก
เรื่องราวทั้งหมดเหล่านี้ เขาได้คิดมาเรียบร้อยแล้วในตอนที่เก็บตัวอยู่ที่ชิงซาน อีกทั้งยังเตรียมการมาเป็นอย่างดี ไม่อย่างนั้นเขาไม่มีทางหาจักรพรรดิแห่งหมิงพบได้
ตั้งแต่การเรียกขานว่าท่านอาไปจนถึงการพูดคุยในภายหลังนี้ก็เป็นสิ่งที่เขาเตรียมเอาไว้ตั้งแต่แรก
ตอนนี้เขาพลันพบว่าตัวเองยังคงได้รับอิทธิพลมาจากบางคน จนทำให้เรื่องง่ายๆ กลายเป็นเรื่องยุ่งยาก
การเจรจาไม่จำเป็นต้องครบถ้วนทุกอย่างเหมือนอย่างกู้ชิง
การแสร้งทำเป็นห่วงใยใต้หล้าเหมือนอย่างเจ้าล่าเยวี่ย พูดมากเหมือนหลิ่วสือซุ่ย หนังหน้าหนาเหมือนอย่างหยวนฉวี่ก็ยิ่งไร้ความหมาย
เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็มิใช่ศิษย์ชิงซานที่อายุยังน้อย เลียนแบบอย่างไรก็ไม่เหมือน
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจจัดการเรื่องราวให้มันง่ายขึ้นหน่อย แม้นจะรู้ว่าจักรพรรดิแห่งหมิงกำลังทำอะไร เขาก็มิได้หยุดยั้ง
……
……
จักรพรรดิแห่งหมิงพลันกล่าวอย่างทอดถอนใจ “ในบางเรื่องเจ้าช่างคล้ายกับอาจารย์ของเจ้านัก แต่น่าเสียดายที่อายุยังน้อยเกินไป จึงยังไร้เดียงสาอยู่บ้าง”
จิ๋งจิ่วได้ทำการตัดสินใจแล้ว ย่อมคร้านที่จะพูดอีก
จักรพรรดิแห่งหมิงสีหน้าแปลกไปเล็กน้อย กล่าวว่า “ข้ารู้ว่าลัญจกรแห่งจักรพรรดิหมิงอยู่บนตัวเจ้า”
จิ๋งจิ่วมองเขาเงียบๆ ยั