แค้นร้อยปีก็ยังไม่สาย แต่เจ้าล่าเยวี่ยมิใช่คนแบบนี้
นางมองจิ๋งจิ่วพลางกล่าวถามอย่างจริงจัง “เมื่อไรเจ้าถึงจะบรรลุขั้นแหวกทะเลได้?”
สภาวะของจิ๋งจิ่วยังหยุดอยู่ในขั้นมิประจักษ์ระดับกลาง ยังเหลืออีกห้าชั้นกว่าจะบรรลุขั้นแหวกทะเลได้
สำหรับศิษย์ชิงซานธรรมดาทั่วไปแล้ว หากทุกอย่างราบรื่นก็อาจจะใช้เวลาสิบกว่าปีในการบรรลุหนึ่งชั้น แต่แน่นอนว่าการใช้เวลาหลายสิบปีก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาอย่างมากเช่นกัน
ทว่าเจ้าล่าเยวี่ยคาดหวังในตัวจิ๋งจิ่วอย่างมาก ถึงแม้สภาวะของเขาจะหยุดนิ่งมาเป็นเวลาเจ็ดปี จนใกล้จะเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในยอดเขาเสินม่อก็ตาม
นางถึงขนาดมองว่าขอเพียงจิ๋งจิ่วสามารถบรรลุขั้นแหวกทะเลได้ ไม่ว่าจะเป็นไป๋หรูจิ้งหรือว่าฟางจิ่งเทียนก็ล้วนแต่มิใช่คู่ต่อสู้ของเขา
เมื่อได้ยินคำถามนี้ จิ๋งจิ่วยิ้มเล็กน้อย มิได้กล่าวกระไร
เจ้าล่าเยวี่ยไม่เข้าใจความหมายของเขา จึงกล่าวถามว่า “ทำไมหรือ?”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพระอาทิตย์ในฤดูใบไม้ร่วงร้อนแรงเกินไป หรือเป็นเพราะใบหน้าที่ยิ้มเล็กน้อยนั้นงดงามเกินไป นางถึงมิทันสังเกตเห็นความขมขื่นที่แฝงอยู่ในรอยยิ้มของจิ๋งจิ่ว
ที่น่าแปลกใจก็คือในรอยยิ้มของเขายังมีความเย้ยหยันในตัวเองแฝงอยู่เล็กน้อยด้วย
ซึ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นอารมณ์ที่น้อยครั้งนักที่จะปรากฏขึ้นมาในตัวเขา
……
……
จิ๋งจิ่วไม่เคยกังวลเรื่องการบำเพ็ญเพียรของตนเองมาก่อน ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะมั่นใจในตัวเองไปหน่อย เพร