าะน้ำที่หยดลงมาทุกวัน หากไม่ถึงช่วงเวลานั้นจริงๆ น้ำฝนตกลงไปบนหินก็มีแต่จะแตกกระจายออก
จนกระทั่งเมื่อหลายวันก่อนในตอนที่้เขาครุ่นคิดถึงปัญหาการบำเพ็ญเพียรของหลิ่วสือซุ่ย เขาได้ทำการสำรวจตัวเองเพื่อทำการเปรียบเทียบ ขณะเดียวกันก็ทำการศึกษาดูการเปลี่ยนแปลง ก่อนจะต้องแปลกใจเมื่อพบว่า…หากเป็นแบบนี้ต่อไป น้ำหยดนั้นคล้ายจะไม่มีวันหยดทะลุหินอย่างตัวเองก้อนนี้ไปได้แน่
……
……
ยอดเขาเสินม่อทำการเรียกประชุม น้อยครั้งนักที่จะมีเหตุการณ์แบบนี้ มิใช่ริมผา หากแต่เป็นภายในถ้ำ
จิ๋งจิ่วมิได้นอนอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่เหมือนอย่างทุกที เจ้าล่าเยวี่ยเองก็มิได้นั่งอยู่บนเก้าอี้เหมือนอย่างทุกที หากแต่นั่งอยู่บนตั่งหยกร้อนทั้งคู่
เมื่อมองดูภาพทั้งสองคนนั่งคู่กัน หยวนฉวี่พลันคิดถึงคำพูดเกี่ยวกับเทียนแดง[1]ขึ้นมา บนใบหน้ามีรอยยิ้มซื่อบื้อปรากฎขึ้นมา จากนั้นพลันรับรู้ได้ถึงแรงกดดันเล็กน้อยภายในถ้ำ จึงรีบหุบยิ้ม ยืนอยู่ข้างกู้ชิงด้วยใบหน้าขึงขัง
แมวขาวและจักจั่นเหมันต์ไม่ชอบตั่งหยกร้อน หากแต่ไปฟุบหมอบอยู่บนหน่อไม้หน่อหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป ไม่ยอมเข้ามา
จิ๋งจิ่วเรียกทุกคนเข้ามาเพราะอยากจะอธิบายปัญหาในการบำเพ็ญเพียรของตน
เจ้าล่าเยวี่ยรู้สึกว่าน่าขัน ในใจครุ่นคิดว่าปัญหาในการบำเพ็ญเพียรที่กระทั่งเจ้าก็ยังแก้ไขไม่ได้ แล้วทั่วทั้งแผ่นดินเฉาเทียนจะยังมีใครแก้ได้อีก?
แต่หยวนฉวี่กลับรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องปกติ ต่อให้พรสวรรค์ทา