อน การจะสังหารท่านนั้นค่อนข้างยาก แล้วก็ต้องเสียเวลา และอาจจะทำให้ร่องรอยของข้าเปิดเผยได้ แต่ตอนนี้มิได้เป็นเช่นนั้นแล้ว”
ในตอนที่กล่าวคำพูดนี้ มือของของซีหวังซุนก็ลูบไปบนกระบี่พรหมจรรย์ เลือดสดๆ ไหลออกมาจากช่องว่างระหว่างมือเขากับตัวกระบี่
กระบี่พรหมจรรย์อาบเลือด กลิ่นอายของมันยังคงเย็นยะเยือก แต่มีความชั่วร้ายเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน
เมื่อเห็นภาพนี้ บัณฑิตชราจึงกล่าวอย่างทอดถอนใจ “นี่คือกระบี่พรหมจรรย์? ที่แท้พวกเจ้าก็เป็นผู้สืบทอดของทางทะเลใต้จริงๆ ด้วย”
ซีหวังซุนมิได้กล่าวกระไร หากแต่ปล่อยกระบี่ออกไป
เจตน์กระบี่ที่เย็นยะเยือกสายหนึ่งพุ่งออกไปจากตัวกระบี่พรหมจรรย์ กลายเป็นลำแสงโค้งที่จับต้องได้จริง ฟันไปทางบัณฑิตชรา
รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าบัณฑิตชราถูกลมพัดจนหลุบลึกขึ้น แลดูกลัดกลุ้มเป็นทุกข์ยิ่งนัก
พู่กันด้ามสีดำที่เปล่งแสงสว่างด้ามหนึ่งบินออกมาจากแขนเสื้อเขาด้วยความเร็วที่ยากจะจินตนาการได้ ก่อนจะเขียนตัวหนังสือคำหนึ่งไปบนอากาศในชั่วเวลาเพียงพริบตา
หลิ่วสือซุ่ยและเสี่ยวเหอไม่รู้ว่าพู่กันสีดำด้ามนี้มันคือของวิเศษอะไร แล้วก็ดูไม่ชัดว่านั่นมันเป็นตัวอักษรอะไร
ซีหวังซุนย่อมต้องรู้ว่าพู่กันด้ามนี้คือพู่กันครองเมืองซึ่งเป็นหนึ่งในสี่อาวุธวิเศษประจำเรือนอี้เหมา
เมื่อก่อนที่เขาให้ความเคารพหรือพูดอีกอย่างก็คืออดกลั้นต่อบัณฑิตชรา เหตุผลส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะพู่กันด้ามนี้
และแน่นอน เขาย่อมต้องมองเห็น