ตอนนั้นสิ่งที่เขามองเห็นคือดวงตาของนาง แต่สิ่งที่นางมองเห็นกลับเป็นดอกมะลิที่อยู่บนปกเสื้อของเขา
เมื่อคิดถึงภาพเหตุการณ์นั้น สีหน้าเสี่ยวเหอดูอ่อนโยนขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นกล่าวว่า “คุณชายของเจ้าดีกับเจ้าจริงๆ”
“ใช่ ดังนั้นในตอนที่ข้าเห็นสร้อยข้อมือ ข้าจึงรู้สึกมีความสุขอย่างมาก ที่แท้คุณชายก็คอยเฝ้าดูข้าอยู่ตลอด คอยเป็นห่วงข้า แล้วก็ไม่เคยสงสัยในตัวข้า”
หลิ่วสือซุ่ยยิ้มพลางกล่าวต่อว่า “คิดไม่ถึงว่าทุกคนในชิงซานจะถูกข้าหลอก กระทั่งซีหวังซุนก็ถูกข้าหลอก แต่กลับไม่สามารถหลอกคุณชายได้”
เสี่ยวเหอกล่าว “ข้าเองก็คิดไม่ถึงว่านิสัยแบบเจ้าจะหลอกคนอื่นเป็นเหมือนกัน”
หลิ่วสือซุ่ยเกาหัวอย่างขวยเขิน กล่าวว่า “ความจริงฝีมือการแสดงของข้าดีมากนะ”
เสี่ยวเหอมองเขา ยิ้มๆ มิกล่าวกระไร
“จริงๆ นะ เจ้าไม่รู้อะไร ในตอนที่ออกมาจากชิงซานวันนั้นข้าแสดงได้สุดยอดมาก เจ้ารู้ไหมว่าทำอย่างไรถึงจะแสดงออกมาแบบนั้นได้? อันดับแรกรูปลักษณ์ภายนอกต้องจัดเตรียมให้ดี ข้าไม่สระผมเป็นเวลาครึ่งปี ทุกวันลงไปกลิ้งกับพื้นเพื่อให้เสื้อผ้าเสียดสีกับพื้นจนขาดและเก่า แล้วข้ายังอดนอนด้วย เช่นนี้ดวงตาถึงจะเปลี่ยนเป็นสีแดง แล้วก็อ่อนล้า ในตอนสุดท้ายที่ปรากฏตัวขึ้น ข้าดูเหมือนผีอย่างไรอย่างนั้น”
หลิ่วสือซุ่ยบอกเล่าอย่างมีความสุข โบกไม้โบกมือไม่หยุด ยิ่งตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ
“แต่แน่นอน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คืออารมณ์และคำพูด ข้ารู้ว่าตัวเอง