ู่บนยอดเขาเสินม่อพลันหายไป หยวนฉวี่ที่นั่งขัดสมาธิอยู่ริมผาห้าวันห้าคืนลืมตาขึ้นมา ก่อนจะขี่กระบี่บินออกไป
เมื่อครู่นี้ เขาได้บรรลุสภาวะ เข้าสู่ขั้นมิประจักษ์ไปเรียบร้อย
กู้ชิงขี่กระบี่ขึ้นไป ตามอยู่ด้านหลังเขา
ไม่นาน ลำแสงกระบี่สองสายก็เข้าไปอยู่ในลำแสงกระบี่หลายสิบสายนั้น ไม่สามารถแยกแยะได้อีก
ริมผามิได้ว่างเปล่า
ไป๋กุ่ยจ้องมองไปทางยอดเขาปี้หู
ไม่ว่าสายฟ้าจะเจิดจ้าเพียงใด ม่านตาของมันก็มิได้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ แม้แต่น้อย ยังคงลึกและเงียบวังเวง คล้ายท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
ปกป้องคุ้มครองไม้วิญญาณอัศนีคืองานของมัน ชิงซานเลี้ยงดูมัน มันก็ต้องจัดการเรื่องนี้ให้ดี
ก็เหมือนกับที่ซือโก่วทำอยู่อุโมงใต้ดินอันมืดมิด
ไม่ใช่ปรมาจารย์ทุกคนของชิงซานจะเกียจคร้านและไม่มีจิตสำนึกเหมือนจิ๋งจิ่ว
ภายใต้พายุฝน มันทอดตามองออกไปอย่างเงียบๆ
จักจั่นเหมันต์หมอบอยู่ข้างกายมัน
……
……
การบำเพ็ญเพียรไม่มีอะไรแปลกใหม่
สี่ฤดูเปลี่ยนผันก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน
เพียงพริบตาเวลาปีกว่าก็ผ่านไป ฤดูหนาวมาเยือนชิงซานอีกครา
ภายในภูเขาไม่รู้ว่าด้านนอกภูเขาหนาวเย็นอย่างไร แต่กลับรู้ว่าทิวทัศน์เวลามีหิมะปกคลุมมันงดงามเพียงใด
ยังคงเป็นการร้องขอจากยอดเขาชิงหรง ในวันแรกที่หิมะตกลงมา ข่ายพลังชิงซานได้เปิดช่องขึ้นมาช่องหนึ่ง
หิมะโปยปรายลงมา ผ่านไปคืนหนึ่ง ยอดเขาซั่งเต๋อยิ่งขาวโพลน บนยอดเขาอื่นๆ ก็มีหิมะปกคลุมหนาๆ
มีเพียงยอดเข