พวกเจ้าก็น่าจะมิได้มีความหมายอะไรลึกซึ้ง พระองค์เพียงแต่ฉวยโอกาสตามน้ำไปเท่านั้น”
กู้ชิงตกใจอีกครั้ง ในใจครุ่นคิดว่าเหตุใดอาจารย์ถึงวิเคราะห์ได้มั่นใจขนาดนี้?
เขาคิดถึงอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ พลางกล่าวว่า “คนที่เป็นนำศิษย์ชิงซานเดินทางมาครั้งนี้คือฟางจิ่งเทียนขอรับ”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ จิ๋งจิ่วพลันนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนที่ถ้ำปลอมของนักพรตจิ่งหยางเปิดออก เขานิ่งเงียบไปครู่ก่อนจะกล่าวว่า “ไม่เป็นไร”
เรื่องราวเล่าจบแล้ว ทั้งสองคนเดินกลับเข้ามาในถ้ำ
เห็นได้ชัดว่าไป๋เจ่าที่อยู่ในถ้ำกำลังฝึกวิชาบางอย่างอยู่ ในเวลานี้ได้เข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญแล้ว
ศิษย์สำนักจงโจวตั้งข่ายพลังอยู่ด้านนอก ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าใกล้ แต่แน่นอนว่าไม่มีทางที่พวกเขาจะขวางจิ๋งจิ่ว
หากจิ๋งจิ่วคิดร้ายต่อไป๋เจ่าจริงๆ ในช่วงเวลาหกปีที่ผ่านมาที่อยู่ใต้ดิน เขาสามารถลงมือทำร้ายนางได้ทุกเมื่อ
จิ๋งจิ่วเดินเข้าไปในถ้ำ ส่งสัญญาณบอกให้กู้ชิงและเด็กหนุ่มแซ่หยวนไปพักผ่อน จากนั้นเขาเดินไปยังมุมมุมหนึ่ง เงยหน้ามองดูรังไหมหิมะ
ไยไหมที่เล็กละเอียดเหล่านั้นดูงดงาม ที่จริงแล้วตัวรังไหมมิได้ขาวโพลนไปเสียทั้งหมด แต่ในจิตสำนึกของเขายังคงเคยชินกับการเรียกมันว่ารังไหมหิมะ เพราะว่าเส้นไหมเหล่านั้นล้วนแต่สกัดออกมาจากของเหลวที่อยู่ในศพของหนอนหิมะ สามารถป้องกันความหนาวเย็นได้ การที่ไป๋เจ่าสามารถมีชีวิตอยู่ในความหนาวเย็นอันโหดร้ายเช่นนี้ได้เป็นเ